วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556
เรื่องเล่าชาวเฟช พวกเอ็งรับบัญชาจากใครมา พวกม็อบหน้ากากขาวล้มเจ้า
ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะได้ทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
บทควาท/ข่าว/เรื่องเล่า..รัฐกะลานิวส์ โดยทีมงาน
The native soil.
ที่
6/26/2556 05:22:00 AM
ไม่มีความคิดเห็น:
รัฐธรรมนูญมาตรา 309 มีอะไรผิดปกติ
ตามที่กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
(กวป.) นำโดย นายชาญ ไชยยะ
รองประธาน กวป. และนายศรรักษ์
มาลัยทอง โฆษก กวป. พร้อมกลุ่มคนเสื้อแดง
ได้เข้ายื่นหนังสือถึงคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านนางอรรถพร เลาหสุรโยธิน
ผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารทั่วไป สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
เพื่อเรียกร้องให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้แจงความหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 309
ว่ามาตรานี้ได้สร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนและประเทศไทยย่างไร
เพราะเหตุใดคณะตุลาการฯ จึงละเลย มาตรา 309 และข้อให้ชี้แจงด้วยว่า
มาตรา 309 เป็นกฎหมายที่นิรโทษกรรมให้คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
(คปค.) และองค์กรอิสระที่ตั้งมาโดยมิชอบ ใช่หรือไม่
เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งยุติการตรวจสอบสอบ
กรณีเงินบริจาคเข้าพรรคประชาธิปัตย์
โดยบริษัทอีสวอเตอร์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
นายชาญ กล่าวว่า
ตนเห็นว่าการบริจาคเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์นั้นเป็นไปอย่างไม่โปร่งใส
ส่อว่าเป็นการทุจริต เพราะฉะนั้น ประชาชนต้องตั้งคำถามกับ
กกต.ว่าเหตุใดจึงสั่งระงับการตรวจสอบ อีกทั้งกรณีที่ กกต.มีมติให้ใบแดงนายการุณ
โหสกุล อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เนื่องจากได้ปราศรัยใส่ร้ายผู้สมัครพรรคอื่น
แล้วการที่พรรคประชาธิปัตย์ปราศรัยใส่ร้ายพรรคเพื่อไทย ตอนหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ
กทม.ว่าเผาบ้านเผาเมืองนั้น
กกต.จะใช้มาตรฐานเดียวกับกรณีนายการุณในการตัดสินหรือไม่ ทุกวันนี้ปัญหาและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศ
ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากประชาชน แต่เกิดเพราะองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างไม่มีมาตรฐาน
มีความคลุมเครือ ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้ และไม่มีความเป็นกลาง
ดังนั้น กลุ่ม กวป.จึงเห็นว่าควรยุบองค์กรอิสระทั้งหมด เพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ >>> (ข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจวันที่ 11 มิถุนายน 2556)
ข้อความในรัฐธรรมนูญมาตรา 309
ข้อความที่ระบุว่า
บรรดาการใดๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว
พุทธศักราช 2549 ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและ การกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้" มันแปลไทยเป็นไทยว่ารัฐธรรมนูญมาตรานี้มีไว้เพื่อคุ้มครองเผด็จการครับเผด็จการที่ออกมายึดอำนาจ
ทำรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับเดิมปี 2540 และตามมาด้วยการออกกฏหมายที่ปกป้องการกระทำของตนเอง
ซึ่งนั่นก็แปลว่า มีการสอดไส้
"นิรโทษกรรม" ให้ผู้ที่ทำการปฏิวัติยึดอำนาจไปจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็นอดีต ปัจจุบันและอนาคต ประกาศ คปค. , คำสั่ง คปค.
และการกระทำตามประกาศหรือคำสั่งเหล่านั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญไว้ในมารตรา 309 ทั้งหมด ซึ่งในเมื่อรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
ศาลทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง หรือศาลยุติธรรม จึงไม่อาจตรวจสอบ
ประกาศ คปค. , คำสั่ง คปค.
หรือการกระทำตามคำสั่งหรือประกาศนั้นได้
แม้โดยเนื้อหาของประกาศหรือคำสั่งเหล่านั้นจะไม่ชอบ
หรือการกระทำตามประกาศหรือคำสั่งจะไม่ชอบ แต่มาตรา 309 ได้รับรองไว้ก่อนแล้วว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
สิ่งที่ตามก็คือ แม้จะมีการฟ้องคดีไปที่ศาลว่ามีการกระทำตามประกาศ คปค. ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิตามที่รัฐธรรมนูญรับรองซึ่งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
แต่ศาลก็ไม่อาจจะตรวจสอบได้เลย นอกจากวินิจฉัยเป็นปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นว่าไม่อาจรับคดีนี้ไว้ตรวจสอบหรือวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้วเพราะมีการรับรองเอาไว้แล้วว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
****** ซึ่งประขาขนอย่างเราถ้าไม่โง่เขาจนเกินไปเหมือนคนบางกลุ่มก็เข้าใจอย่างจะแจ้งว่า
******
บรรดาการกระทำทั้งหลายซึ่งได้กระทำเนื่องในการยึดและควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน
เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 ของ
หัวหน้าและคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
รวมตลอดทั้งการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าวหรือของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือของผู้ซึ่งได้รับคำสั่งจากผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันได้กระทำไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น
การกระทำดังกล่าวมาทั้งหมดนี้
ไม่ว่าเป็นการกระทำเพื่อให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร
หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทำอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น
ไม่ว่ากระทำในฐานะตัวการผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ
และไม่ว่ากระทำในวันที่กล่าวนั้นหรือก่อนหรือหลังวันที่กล่าวนั้น
หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมายก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิงจะมีบุคคลบางกลุ่มลอยนวลอยู่เหนือเงื้อมือกฏหมายบ้านเมืองแล้ว
ยังมีบุคคลอีกกลุ่มที่ถูกเล่นงานอย่างไม่ยุติธรรมและไม่มีทางตอบโต้และฟ้องร้องกลับคืนได้แม้ว่าสิ่งที่ถูกกระทำไปนั้นจะถูกกลั้นแกล้งใส่ร้ายมาโดยตลอดก็ตามที
แต่หมดสิทธิ์ที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมกลับคืนมาได้
บทควาท/ข่าว/เรื่องเล่า..รัฐกะลานิวส์ โดยทีมงาน
The native soil.
ที่
6/26/2556 03:00:00 AM
ไม่มีความคิดเห็น:
คิดหน้าคิดหลังอย่าวางใจ พวกม็อบหน้ากากขาวล้มเจ้าและอำมาตย์เผด็จการ
แม้แกนนำหลัก ของคนเสื้อแดง หรือ นปช. จะโดนบล็อกจะขยับออกมาเล่นเองไม่ได้นอกจากการอาศัยจังหวะปล่อยหมัดฮุกหนักบ้างตามเวทีของพรรคเพื่อไทย แต่แล้วในความเป็นคนเสื้อแดง
วันนี้คนเสื้อแดงทุกคนต่างรู้เห็นว่าคนหน้ากาก ขาวทำตัววุ่นวายแค่ไหน แต่โปรดยับยั้งช่างใจสักนิด เพราะเราต่างรู้ว่าเบื้องหลังของหน้ากากขาวคือพวกใคร
เหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายโดยทุ่งเรื่องพุ่งความสนใจไปที่หน้ากากขาว แต่พวกหน้ากากขาวก็แค่เล่นตามบทที่ได้รับบัญชามา คดีของ ไอ้มาร์ค ไอ้เทพเทือก ก็คืออีกเรื่องที่กำลังรอฟังผลในวันที่ 26 มิ.ย.56 นี้
และการเดินเกมแบบรุกฆาตคงมีการกำหนดไว้แล้วเรื่องการโค่นล้มรัฐบาล
สิ่งที่น่าสงสัยทำไม แกนนำพวกมัน นิ่งเงียบผิดปกติ ทั้งที่ หน้ากากขาวออกมาป่วนขนาดนี้ นั่นแสดงว่า มีการเตรียมการและรอใครบางคนส่งสัญญาณ ให้ทำอะไรแบบที่คนเสื้อแดงอาจคาดถึงหรือเตรียมตัวไม่ทัน ก่อนหน้านี้ คนเสื้อแดง กลุ่ม กวป. ได้ขุดคุ้ยแฉแผนการและประวัติการกระของตัวอำมาตย์ออกมาแฉให้สังคมรับรู้เป็นรายบุคคล คนเสื้อแดง กลุ่ม กวป. แฉความไม่ชอบธรรมขององค์กรอิสระขี้ข้าอำมาตย์จนไม่กล้าเดินถนน พบปะ ผู้คน พูดง่ายๆคือเสียหลักเสียท่าจนพูดไม่ออก
...แต่สุดท้ายมันก็เบี่ยงประเด็นด้วยการให้พวกหน้ากากขาวออกมาป่วนกลบกระแส ข่าว ไม่แคร์แม้ถูกตราหน้าว่าเป็นพวกม็อบล้มเจ้า การยอมเสียเบี้ยเสียม้า เพื่อรุกฆาตกินขุนของฝ่ายคนเสื้อแดง นั่นแสดงว่าฝ่ายอำมาตย์มองเห็นช่องทางแล้วแน่นอนจึงได้กล้าเล่นหมากเกมนี้ อย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ......
โปรดอย่าได้วางใจเด็ดขาด
.....ล่าสุดช็อตที่พัท ยาเมื่อ 23 มิ.ย.56ที่ผ่านมาเพื่อสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อต่อต้านการรวมตัวของกลุ่มม็อบหน้าการขาวซึ่งก็คือร่างแปลงของกลุ่มพันธมิตรฯที่ตั้งใจมาป่วนสร้างกระสแสเพื่อให้เกิดความวุ่นวายและเรียกร้องให้ทหารออกมาทำการยึดอำนาจล้มรัฐบาลพรรคเพื่อไทย กลุ่มคนเสื้อแดง จึงได้รวมตัวเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการล้มล้างรัฐบาล ตามที่คนเสื้อแดงได้อธิบาย เรื่อง รธน.50 หมวดพระมหากษัตย์ เรื่องการแต่งตั้งประธานองคมนตร ีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนในถ้าหาก พระมหากษัตย์องค์ปัจจุบันสิ้นพร ะชนม์ลง....
.....กลุ่มคนหน้ากากขาวยื นนิ่งตาปริบๆ และตอบไม่ได้ว่าทำไมพวกตนเองอ้า งว่าจงรักภักดีต่อสถาบัน หากเกิดเหตุการนั้นขึ้นจริง ทำไมไม่แต่งตั้งองค์รัชทายาท ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระอ งค์ ทั้งที่เป็นตัวแทนของสถาบัน แต่เหตุใดจึงกลุ่มอำมาตย์จึงได้รวมหัวกันเขียน รธน50. ออกมาเช่นนี้ ด้วยวัตถุประสงค์อะไร... .....
.....และคนหน้ากากขาวหลายคนไม่รู้เลย
.....การร้องขอให้ยกเลิก รธน.50 มาตรา 309
ของคนเสื้อแดง มิได้ทำเพื่อทักษิณ เพราะทักษิณก็บริหารบ้านเมืองได ้อย่างดีอยู่แล้วและประเทศกำลัง เจริญรุ่งเรื่อง แต่มีกลุ่มคนเข้ามายึดอำนาจล้มล้างการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหาก ษัตย์ทรงเป็นประมุข และมีการพระราชทานแต่งตั้งนายกร ัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และมีมติเห็นชอบด้วยเสียงส่วนมา กจากสมาชิกรัฐสภา
.....ผู้ที่มีส่ วนร่วมในการสนับสนุนกระทำการยึด อำนาจในวันที่ 19-ก.ย.-49 ได้กระทำการละเมิดพระราชอำนาจขอ งพระมหากษัตย์อย่างชัดเจน หลังจากนั้น ก็ร่วมกันเขียน รธน.50 ขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ในทางการ เมืองให้กับพวกพ้องตนเอง และปกป้องล้างความผิดให้ตนเอง ตาม รายละเอียดในมาตรา 309 ไปหาอ่านกันเองอีกครั้งว่าจริงไ หม........
ฉะนั้น คำว่ารักชาติ รักในหลวง ปกป้องสถาบัน คนใส่หน้ากากขาว และพันธมิตร ของ ปชป. ทุกๆกลุ่ม โปรดอย่าเอามาใช้รวมกับ คำว่า ทักษิณและคนเสื้อแดงเป็นพวก ล้มเจ้าล้มสถาบัน เพราะไม่เป็นความจริง พูดกันแบบตรงๆ กลุ่มคนใส่หน้ากากขาวและเครือข่ าย พธม. นั่นต่างหาก ที่ถูกหลอกให้ทำลายสถาบันและล้ม ล้าง
ระบอบประชาธิปไตย โดยแผนการอันแยบยล แนบเนียน ของ ปชป. กับพวก อำมาตย์
ที่แทรกซึมแฝงตัวฝั่งตัว ดำเนินการจัดฉาก สร้างภาพ
แอบอ้างการหากินหาประโยชน์โดยใช ้สถาบันบังหน้ามานานแล้ว....... .
ฉะนั้น คำว่ารักชาติ รักในหลวง ปกป้องสถาบัน คนใส่หน้ากากขาว และพันธมิตร ของ ปชป. ทุกๆกลุ่ม โปรดอย่าเอามาใช้รวมกับ คำว่า ทักษิณและคนเสื้อแดงเป็นพวก ล้มเจ้าล้มสถาบัน เพราะไม่เป็นความจริง พูดกันแบบตรงๆ กลุ่มคนใส่หน้ากากขาวและเครือข่
บทควาท/ข่าว/เรื่องเล่า..รัฐกะลานิวส์ โดยทีมงาน
The native soil.
ที่
6/26/2556 01:28:00 AM
ไม่มีความคิดเห็น:
วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556
นายพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ ได้เผยแพร่ "หนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์"
ก่อนจะติดความประพฤติของพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงต่อไปย้อนไปทบทวนความเห็นของอดีตสมาชิกพรรคที่ลาออกไปกันอีกสักครั้ง ว่าคนที่เคยอยู่ในพรรคนั้นมาเขารู้เขาเห็นและรู้สึกอย่างไรที่ลาออก
ความของหนังสือลาออก มีใจความ ดังนี้
....กราบเรียนท่านหัวหน้าพรรคปร ะชาธิปัตย์
กระผมนายพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ประเภทสามัญเลขที่ 43414075 โดยผมได้สมัครเป็นสมาชิกตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2541 ในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์กำลัง จะต้องตกเป็นฝ่ายค้านเพราะความน ิยมกำลังถาโถมไปที่พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ก็พ ่ายแพ้การเลือกตั้งทั่วไป และพรรคไทยรักไทยของ พ.ต.ท. ทักษิณก็ได้เป็นรัฐบาลสมัยแรก
ตอนนั้นตัวกระผมเองได้หอบหิ้วปร ิญญาตรีและโทกลับมาจากประเทศสหร ัฐอเมริกาภายหลังเหตุการณ์วิกฤต ิเศรษฐกิจไม่นานนัก พร้อมกับความเชื่อที่ว่าคนเราทุ กคนควรมีส่วนร่วมทางการเมืองเพื ่อสร้างสังคมที่ดี และการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองก็ น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีได้
ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา นั้น ผมเฝ้าติดตามความเป็นไปของการเม ืองไทยในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ ง ซึ่งไม่เคยมุ่งหวังที่จะเดินเข้ าไปสู่สนามการเมืองแต่อย่างใด เพียงแต่ใช้กำลังกาย สมอง เวลา และโอกาสเท่าที่มีในการตอบแทนสั งคมบ้างทั้งในฐานะอาจารย์ในมหาว ิทยาลัย หรือนักเขียนมือสมัครเล่นในคอลั มน์หนังสือพิมพ์ฉบับต่าง ๆ ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาหลายปี
สาเหตุที่ตอนนั้นกระผมตัดสินใจส ่งใบสมัครมาที่พรรคประชาธิปัตย์ แทนที่จะเป็นพรรคไทยรักไทย ซึ่งสมัยนั้นจะมีภาพลักษณ์ที่ทั นสมัยกว่า และกำลังอยู่ในช่วงที่ได้รับควา มนิยมสูงขึ้นทั้งในสังคมเมืองแล ะสังคมชนบท ก็เพราะว่า ตัวผมเองไม่เคยเชื่อเลยว่าเจ้าข องกลุ่มทุนผูกขาดอย่าง พ.ต.ท. ทักษิณจะมีความจริงใจที่จะเสียส ละในการเข้ามาช่วยเหลือประเทศชา ติได้อย่างแท้จริง
แต่มีความเชื่อว่าเนื้อแท้ของกล ุ่มทุนผูกขาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งก ับสัมปทานของรัฐมักจะต้องเอารัด เอาเปรียบประชาชนอย่างเป็นธรรมช าติ ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์นั้นเป ็นพรรดการเมืองที่เก่าแก่ยาวนาน มีความเป็นสถาบันการเมืองมากที่ สุดเท่าที่มีอยู่ในสังคมการเมือ งไทย
แต่วันและเวลาสอนให้ผมได้เรียนร ู้ถึงธรรมชาติของการเมืองไทยมาก ขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงนั้นมีความลึ กซึ้งมากกว่าภาพที่คนทั่ว ๆ ไปเห็นอยู่บนเวทีการเมืองที่เป็ นทางการอยู่มากนัก แต่สำหรับผมแล้ว ช่วงเวลาสิบกว่าปีนี้ได้พิสูจน์ ให้เห็นเนื้อแท้ของพรรคประชาธิป ัตย์ได้เป็นอย่างดีในระดับหนึ่ง และทำให้ผมได้คำตอบมาระยะหนึ่งแ ล้วว่าตัวเองนั้นคิดผิด ซึ่งผมขอประมวลเหตุผลมาประกอบดั งต่อไปนี้
1. พรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีวันชนะใ จประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้ เพราะขาดความจริงใจมุ่งแต่สร้าง ภาพจอมปลอม ประโยคนี้เป็นสัจธรรมเสมอ มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรคประชา ธิปัตย์และน่าจะเป็นจริงตลอดไปด ้วย ตราบใดที่จะยังคงมีพรรคนี้อยู่ใ นเวทีการเมืองไทย เพราะประวัติศาสตร์บอกว่าพรรคปร ะชาธิปัตย์มักจะได้อำนาจรัฐหรือ ได้เป็นรัฐบาลโดยการเพลี่ยงพล้ำ ของพรรคขั้วตรงข้าม และมีพลังอำนาจพิเศษที่มาหนุนอย ู่ตลอด
ดังนั้นลักษณะของพรรคประชาธิปัต ย์จะมักจะเชิดคนที่มีภาพลักษณ์ด ี(สำหรับสังคมไทย) กล่าวคือมักจะเป็นคนที่มีลักษณะ ความสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน หรือมีชาติตระกูลสูง หรือแม้กระทั่งคนมีหน้าตาดี นอกจากนี้อาจจะมีการเชิดชูภาพขอ งความซื่อสัตย์เป็นจุดขาย แต่จะสังเกตได้ว่านั่นมักจะเป็น เพียงหน้าฉากของผู้นำพรรคเท่านั ้น
แต่เบื้องหลังของผู้นำพรรคหรือแ ม้กระทั่งเบื้องหลังหน้ากากอันส วยหรูของผู้นำพรรค ก็มักจะมีบรรดานักการเมืองสกปรก ที่หิวโหยอยู่ข้างหลังอย่างสม่ำ เสมอ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่เ คยนำเสนอแนวทางในการบริหารพัฒนา บ้านเมืองอันใดได้เลย ที่ทำอยู่ก็จะมีเพียงนโยบายเฉพา ะกิจ หรือเพื่อการประชาสัมพันธ์หาเสี ยงเท่านั้น มุ่งจะเล่นแต่การเมืองแต่ไม่เคย พัฒนาบ้านเมือง
2. การมุ่งเล่นแต่การเมือง ทำให้บรรดานโยบายของพรรคที่ออกม า ขาดพื้นฐานด้านข้อมูลที่เป็นจริ ง ขาดการศึกษาและวิเคาระห์ถึงปัญห าอย่างลึกซึ้ง ซึ่งความจริงแล้วพรรคประชาธิปัต ย์ถึงแม้ว่าจะเป็นพรรคการเมืองท ี่แก่ที่สุด แต่ก็ไม่เคยมีนโยบายเป็นของตัวเ องมาก่อน บรรดานโยบายของรัฐบาลอภิสิทธิ์ก ็ต้องยอมรับว่าเป็นการคัดลอกและ ดัดแปลงมาจากนโยบายประชานิยมของ พรรคไทยรักไทยในอดีตทั้งสิ้น
แต่น่าเสียใจว่าการคัดลอกดัดแปล งนั้นกลับทำได้ย่ำแย่กว่าสมัยที ่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลเสียอี ก พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจว่าการที ่พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งอ ย่างถล่มทลายเป็นเพราะประชาชนหิ วโหยในผลประโยชน์ ดังนั้นการเข้ามาของรัฐบาลอภิสิ ทธิ์จึงเริ่มต้นด้วยการหว่านโปร ยผลประโยชน์
ตั้งแต่นโยบายแจกเงินกินเปล่าให ้ประชาชนหัวละสองพันบาท แต่จะเห็นได้ว่าการแจกเงินกินเป ล่าเหล่านั้นไม่ได้ทำให้คะแนนนิ ยมของพรรคสูงขึ้น กลับลดลงเสียด้วยซ้ำ เป็นเพราะเหตุใด? ก็เพราะว่าวิธีการแจกเงินสองพัน บาทโดยใช้ฐานข้อมมูลประกันสังคม นั้นไม่สามารถจะนำเงินไปสู่คนยา กคนจนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแท้ จริง ไปได้แค่เพียงคนชั้นกลางซึ่งมีข ้อมูลอยู่ในทะเบียนฯเท่านั้น นโยบายนี้เหยียบย่ำหัวใจคนยากคน จนที่ส่วนใหญ่ที่ยากไร้ไม่มีที่ ทำกิน ที่อยู่อาศัย จะมีประกันสังคมได้อย่างไร
ในขณะที่นโยบายที่ลอกและสานต่อจ ากนโยบายไทยรักไทยอย่างโครงการห นึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์หรือที่เ รียกกันว่าโอท๊อป ซึ่งภาครัฐเคยจัดงานที่อิมแพคเม ืองทองธานีเป็นประจำทุก ๆ ปี เป็นงานกึ่งตลาดนัดกึ่งแสดงสินค ้า ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่าง ดีทั้งจากผู้ประกอบการขนาดเล็กแ ละขนาดย่อม จากผู้นำเข้าและผู้ส่งออก ตลอดจนจากผู้บริโภคทั่ว ๆ ไป พอรัฐบาลอภิสิทธิ์เข้ามาบริหารก ็ได้ย้ายสถานที่จัดงานมาตั้งอยู ่ใจกลางเมือง ทั้งตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ทั้งในลานเอนกประสงค์หน้าห้างฯ บริเวณรอบสนามกีฬาแห่งชาติ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมางานโอท็ อปก็ต้องพับฐานลงอย่างน่าเสียดา ย
ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ทั้งสถานที่จัดงานกระจัดกระจาย สภาพอากาศที่ไม่อำนวย ทำให้จำนวนคนเข้าชมงานลดน้อยลงอ ย่างมาก ผู้ค้าซึ่งมาจากต่างจังหวัดนอกจ ากจะขายสินค้าไม่ได้ ยังต้องแบกภาระค่ากินนอนเข้าไปอ ีกเพราะอดีตที่เคยอาศัยบริเวณจั ดงานในอิมแพคฯก็ไม่มีค่าใช้จ่าย อะไร หัวอกคนยากคนจนและคนทำมาหากินซึ ่งรัฐบาลประชาธิปัตย์ไม่เคยเข้า ใจและคงไม่มีวันจะเข้าใจได้ สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทำได้อย ่างเชี่ยงชาญก็คือการใส่ไคล้ทำล ายและช่วงชิงโอกาส ซึ่งล้วนเป็นเกมการเมืองทั้งสิ้ น
3. บริหารไร้ประสิทธิภาพแต่โกงเป็น มาตรฐาน ด้วยนโยบายหว่านผลประโยชน์กับกา รสร้างภาพของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้รัฐต้องแบกภาระเพิ่มขึ้นมา กมาย จะเห็นได้ว่ามีการกู้เงินมหาศาล กว่ารัฐบาลใดในอดีตเสียอีก แต่ลำพังการกู้นั้นมิสามารถทำให ้รัฐบาลดำเนินนโยบายไร้ประสิทธิ ภาพเหล่านั้นต่อไปได้มากนัก
รัฐบาลชุดนี้จึงมีกระบวนการสร้า งภาระโดยการรีดภาษีจากคนชั้นกลา งในมิติต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าสภาพเศรษฐกิจของประ เทศมีความฝืดเคืองมากขึ้นเป็นลำ ดับ เพราะรัฐบาลนอกจากไม่ส่งเสริมกา รลงทุนภายในประเทศแล้ว กลับบั่นทอนกำลังการบริโภคของปร ะชาชนไปเสียอีกด้วย
ในขณะที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริห ารประเทศ เราก็มักจะได้ยินข่าวการทุจริตม ากขึ้นเป็นลำดับ บรรดาข่าวการทุจริตซึ่งส่วนใหญ่ มาจากนโยบายจัดซื้อจัดจ้างการรั บเหมาก่อสร้างมากมาย ซึ่งมีรูปแบบคลาสสิคโบราณ และน่าจะเป็นสิ่งที่พรรคประชาธิ ปัตย์ไม่สามารถพัฒนาก้าวข้ามไปไ ด้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฉาวโฉ่เกี่ยว กับ
โครงการนมโรงเรียน โครงการรถเมล์ โครงการต้นกล้าอาชีพของรัฐบาล
ไปจนถึงโครงการรถเมล์BRT อภิมหาโครงการโมโนเรล
โครงการซุปเปอร์สกายวอล์กของกรุ งเทพมหานคร และอื่น ๆ อีกมากมาย ในขณะที่กฎเหล็ก 9 ข้อที่นายกอภิสิทธิ์ประกาศไว้เม ื่อครั้งรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กลับไม่เคยถูกกล่าวถึงอีกเลย
4. ไม่สร้างความปรองดองกลับสร้างคว ามแตกแยก ก็ต้องยอมรับว่าในขณะที่รัฐบาลป ระชาธิปัตย์เข้ามาบริหารประเทศน ั้น สังคมไทยอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ งอย่างหนัก รัฐบาลประชาธิปัตย์เข้ามาพร้อมก ับการต่อต้านของขั้วตรงข้ามในนา มกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งเริ่มก่อรูปมาตั้งแต่หลังเห ตุการณ์รัฐประหารรัฐบาลทักษิณ การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงน ั้นต้องการล้มล้างรัฐบาลประชาธิ ปัตย์และคืนอำนาจแก่อีกขั้วการเ มืองเป็นหลัก
ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้จึงต้องเผชิ ญกับการชุมนุมต่อต้านหลายครั้ง และบ่อยครั้งก็ได้พัฒนาไปถึงการ จลาจล ซึ่งครั้งที่รุนแรงมากที่สุดก็ค ือการเผาเมืองพฤษภาคม2553 ถึงแม้ว่าแก่นแกนของการเคลื่อนไ หวของกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ที่พ.ต .ท. ทักษิณ โดยมีแนวร่วมหลายส่วนที่เกี่ยวก ับขบวนการเรียกร้องความเป็นประช าธิปไตย ความเท่าเทียมทางสังคม ฯลฯ
ดังนั้นขบวนการคนเสื้อแดงจึงกลา ยเป็นขบวนการที่ใหญ่และใหญ่มากย ิ่งขึ้น ในขณะที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็เกิดอ าการฝ่อ และเลือกที่จะสร้างความปรองดองก ับขบวนการเสื้อแดงโดยการย่ำยีหล ักการของกฎหมาย ตั้งแต่การที่รัฐบาลไปเป็นแกนเค ลื่อนไหวในการประกันตัวบรรดาแกน นำ ตลอดจนการละเว้นการติดตามทางคดี ของผู้ก่อการเผาสถานที่ราชการ เอกชน ทำลายและปล้นทรัพย์สินในช่วงเหต ุการณ์จลาจล การย่ำยีกฎหมายคือการสร้างความแ ตกแยกอันบาดลึก แต่เป็นที่สงสัยกันอยู่ว่าทั้งน ี้เป็นไปก็เพื่อจะลอยตัว รักษาอำนาจ และสามารถเป็นรัฐบาลต่อไปได้เรื ่อย ๆ หรือเปล่า
5. สิ่งที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์เขา พระวิหารแสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ข องพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างชัดเ จน เพราะสิ่งที่นายกอภิสิทธิ์ได้เค ยอภิปรายโจมตีในการยื่นยัตติไม่ ไว้วางใจนายนพดล ปัทมะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ต่างประเทศในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวชเกี่ยวกับบูรณภาพเหนือด ินแดนรอบตัวปราสาทเขาพระวิหาร กลับกลายเป็นสิ่งที่รัฐบาลอภิสิ ทธิ์ดำเนินการเหมือนกับรัฐบาลพร รคพลังประชาชนและตรงกันข้ามกับส ิ่งที่ตัวเองพูดไว้ในสภาอย่างสิ ้นเชิง
หมายความว่าพรรคประชาธิปัตย์สาม ารถที่จะพูดอะไรก็ได้เพื่อให้เก ิดโอกาสในการที่ตัวเองจะสามารถพ ลิกผันขึ้นมาถือครองอำนาจรัฐอย่ างนั้นหรือ และผลของการบริหารประเทศเกี่ยวก ับเรื่องนี้ยังได้ทำให้ประเทศไท ยดูเหมือนไร้เกียรติไร้ศักดิ์ศร ี ตกเป็นเบี้ยล่างของบรรดาประเทศเ พื่อนบ้าน จนในที่สุดประเทศไทยก็จะต้องสูญ เสียอธิปไตยเหนือดินแดนไปด้วยเห ตุผลของความโง่เขลาหรือการมีผลป ระโยชน์ต่างตอบแทนก็สุดแล้วแต่ท ี่จะคาดเดาได้ ซึ่งความเป็นจริงแล้วถ้าศึกษากั นดี ๆ ก็จะเห็นได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ดำเนินการเยี่ยงนี้ทำให้ประเทศช าติและสังคมไทยสูญเสียมาหลายครั ้ง
ล่าสุดก็ครั้งที่ประเทศมีวิกฤติ เศรษฐกิจ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์กับกรณี ป.ร.ส. ขายหนี้ของบรรดาไฟแนนซ์ที่รัฐบา ลสั่งปิดลงไปให้กับบรรดากองทุนต ่างชาติ จนทำให้ต่างชาติสามารถกอบโกยผลก ำไรอันมหาศาลไปจากสังคมไทย ทิ้งไว้กับกองศพของคนล้มละลายเป ็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลาง ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อ ม ผลจากการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบา ลครั้งนั้น ทำให้ธนาคารเกือบทุกธนาคารในประ เทศไทยต้องตกเป็นของต่างชาติในท ี่สุด หรือที่คนทั่ว ๆ ไปเค้าเรียกว่าเสียเอกราชทางการ เงินนั่นเอง
ด้วยเหตุผลเบื้องต้นเพียง 5 ประการนี้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพรรคประชาธ ิปัตย์ไม่เคยมีอุดมการณ์อะไรเพื ่อประโยชน์ของประชาชนและสังคมไท ย พรรคจึงเป็นเพียงมายาภาพหลอกลวง คนที่สิ้นหวังกับการเมืองไทยในช ั่วขณะหนึ่ง ๆ เท่านั้น
ทุกวันนี้เราจะได้เห็นทั้งนายกร ัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีแข่งกันขึ ้นป้ายประชาสัมพันธ์ผลงานกันอย่ างบ้าคลั่ง สมกับเป็นการเชิดปี่กลองสู้ศึกใ นเทศกาลเลือกตั้ง แต่กลับไม่เห็นรู้สึกถึงผลงานที ่ออกมาอย่างกับในป้ายโฆษณาแต่อย ่างใด ป้ายโฆษณาเหล่านี้กลับเป็นสิ่งท ี่ตอกย้ำให้ผู้คนซึ่งได้รับความ ลำบากทั้งชาวไร่ชาวนาที่ถูกกดรา คาสินค้าเกษตร ทั้งคนชั้นกลางที่ถูกขูดรีดภาษี อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งกับผู้บริโภคทั่วไปที่ถูกตี หัวจากราคาสินค้าที่ปรับขึ้นอย่ างไม่เป็นธรรม ได้รู้สึกเจ็บแค้นอย่างเหนือคำบ รรยาย ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งซึ่งหมดศรัทธ าต่อพรรคประชาธิปัตย์ และประสงค์ที่จะลาออกจากสมาชิกพ รรคนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
พรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ
อ้างอิง : http://www.matichon.co.th/
วันที่ 29 มีนาคม 2554
วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554 เวลา 12:14:37 น.
ความของหนังสือลาออก มีใจความ ดังนี้
....กราบเรียนท่านหัวหน้าพรรคปร
กระผมนายพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ประเภทสามัญเลขที่ 43414075 โดยผมได้สมัครเป็นสมาชิกตั้งแต่
ตอนนั้นตัวกระผมเองได้หอบหิ้วปร
ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา
สาเหตุที่ตอนนั้นกระผมตัดสินใจส
แต่มีความเชื่อว่าเนื้อแท้ของกล
แต่วันและเวลาสอนให้ผมได้เรียนร
1. พรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีวันชนะใ
ดังนั้นลักษณะของพรรคประชาธิปัต
แต่เบื้องหลังของผู้นำพรรคหรือแ
2. การมุ่งเล่นแต่การเมือง ทำให้บรรดานโยบายของพรรคที่ออกม
แต่น่าเสียใจว่าการคัดลอกดัดแปล
ตั้งแต่นโยบายแจกเงินกินเปล่าให
ในขณะที่นโยบายที่ลอกและสานต่อจ
ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ทั้งสถานที่จัดงานกระจัดกระจาย สภาพอากาศที่ไม่อำนวย ทำให้จำนวนคนเข้าชมงานลดน้อยลงอ
3. บริหารไร้ประสิทธิภาพแต่โกงเป็น
รัฐบาลชุดนี้จึงมีกระบวนการสร้า
ในขณะที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริห
4. ไม่สร้างความปรองดองกลับสร้างคว
ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้จึงต้องเผชิ
ดังนั้นขบวนการคนเสื้อแดงจึงกลา
5. สิ่งที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์เขา
หมายความว่าพรรคประชาธิปัตย์สาม
ล่าสุดก็ครั้งที่ประเทศมีวิกฤติ
ด้วยเหตุผลเบื้องต้นเพียง 5 ประการนี้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพรรคประชาธ
ทุกวันนี้เราจะได้เห็นทั้งนายกร
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
พรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ
อ้างอิง : http://www.matichon.co.th/
วันที่ 29 มีนาคม 2554
บทควาท/ข่าว/เรื่องเล่า..รัฐกะลานิวส์ โดยทีมงาน
The native soil.
ที่
6/25/2556 11:15:00 PM
ไม่มีความคิดเห็น:
วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2556
แพ้ เพราะ พลาด หรือ ล้มเหลว
หลังจากพรรคเพื่อไทยที่เป็นรัฐบาลแพ้การเลือกตั้งซ่อมที่ดอนเมือง
(ข้อมูลจากข่าวสด >> ชี้ปัจจัยแพ้-ชนะซ่อมดอนเมือง ) ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทยอย่างมา และยังสะเทือนความรู้สึกของมวลชนคนเสื้อแดงที่เป็นฐานเสียงส่วนมากของพรรคเพื่อไทย ไม่เพียงแค่คนเสื้อแดงในเขตดอนเมืองเองและคนเสื้อแดงที่อยู่ตามจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศ อีกทั้งกระแสการโจมตีรัฐบาลกำลังเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องการลดราคาจำนำข้าวจากเดิม เกวียนละ 15000 บาท ลงมาเหลือ 12000 บาท ตามข้อมูลที่ฝ่ายค้านกระหนำอย่างมันส์ปาก ผสมกับขบวนการโค่นล้มรัฐบาลที่ออกมาเรียกแขกอย่างต่อเนื่องด้วยการเปลี่ยนชุดเปลื่อนชื่อม็อบเป็นกิจกรรมยามว่าง นั่นบ่งบอกว่าฝ่ายอำนาจนอกระบบเริ่มปฏิบัติได้ผล
หลายมุมมองจากสาเหตุการแพ้เรื่องตั้งซ่อมที่ดอนเมือง
ทั้งนักวิชาการ และวิชาเกิน ก็พูดกันไปสารพัดตามที่ได้รู้ได้เห็น หรือบางพวกก็กำลังได้ทีขี่แพะไล่ แต่ปัญหาส่วนหนึ่งคือคนเสื้อแดงที่มีความคิดแตกกลุ่มออกไป ไม่เว้นแม้แต่ นปช.ส่วนกลาง แกนนำที่เคยร่วมรบก็ยังต่อกันไม่ค่อยติด ถ้าไม่ติด พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร สักคนที่เป็นความหวัง ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น รู้ทั้งรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามเขาจะทำลายฐานเสียงทั้งในสภาและนอกสภาทุกวิถีทาง เพราะเวลาปราศรัยผ่านเวที นปช. หรือ แถลงข่าว ก็พูดอยู่ตลอดว่ามีขบวนการจ้องโค่นล้มรัฐบาล ช่วงเวลาที่ คุณเก่ง การุณ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ทำให้ ส.ส.เขตดอนเมืองว่างลงแต่กลับมีแต่ข่าว กลุ่มนั้นขั้วนี้แย่งกันจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งแทน มัวแต่ถกเถียงกัน จนทำให้ลืมว่าหน้าที่การลงพื้นที่ไปให้กำลังใจพี่น้องประชาชนนั้น แม้ ส.ส.ในพื้นที่ไม่มี แต่หน้าที่ของรัฐบาล ก็ต้องทำต่อเนื่อง มีชาวบ้านเขาพูดว่า บางเขตที่ไม่ได้อย่างไปโทษอะไร แต่การลงพื้นเข้าถึงชุมชนของนักการเมืองเพื่อไทยยังน้อยเกินไป ชาวบ้านเขาว่านักการเมืองบางคนอิงแต่กระแสเสื้อแดงมากเกิน จะลงพื้นที่แต่ละทีก็ต้องรอ คนในตระกูลชินวัตรหรือคนใกล้ชิด มาเดินเคียงข้าง แม้แต่คนเสื้อแดงบางคนยังพูดเลยว่า ถ้าไม่เห็นแก่ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร จะไม่ลงคะแนนให้เลย .......
และในขณะที่คนเสื้อแดงเปิดแนวรบด้านการข่าวให้ มีหลายกลุ่ม ทั้งที่เป็นสื่อวิทยุชุมชน และในโลกออนไลน์ ก็ไม่รู้ว่าขั้วไหนคนไหนในรัฐบาลที่รู้จักสนิท คนหมู่มากมันย่อมมีปํญหาเรื่องยุทธวิธีแนวคิด จนมีข่าวความขัดแย้งกันเอง ถึงขั้นแยกตัวเป็นกลุ่มอิสระ แต่คนในรัฐบาล หรือ แกนนำหลัก ก็ไม่หาทางแก้ไขไปพูดประสานรอยร้าวให้หมดไป อีกทั้งบางกลุ่มที่เป็นสถานีวิทยุในขั้วของนักการเมือง ที่อ้างแต่ว่าใกล้ชิดสนิทคนไกล นักจัดรายการที่เคยเป็นนักสู้แบบลืมตายก็ออกมาจัดรายการแบบถูกกำหนดพูดเชียร์ๆๆ รัฐบาลแบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่ท้วงติงนำเสนอปัญหาในสิ่งที่ประชาชนกังขาเอาแต่แก้ต่างไปวันๆ.......
จับประเด็นที่เป็นเรื่องที่คนสงสัยและพูดกันมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในนาม กวป. ที่รวมตัวกันออกมาเคลื่อนไหว ขับไล่ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีการแสดงท่าทีใดของ นปช.ส่วนกลาง แม้แต่คนในพรรคเพื่อไทย ก็อ้ำอึ้ง ล่า เวที ภปช. ก็ยังไม่มีระดับหัวใหญ่ๆ มีแต่หัวเล็กๆ จะโผล่แสดงน้ำใจสักนิดก็ไม่มี ตาขาวเกินเหตุ มวลชนก็ใจจดใจจ่อรอไปเถอะว่าจะมีใครแวะมาดูแลบ้าง มันง่ายจะตายไป เมื่อคุณเป็น ส.ส.เพื่อไทยที่เป็นรัฐบาลที่ได้รับการเลือกมาโดยประชาชน คุณกลัวอะไรนักหนา กับข้ออ้างที่ว่า อยากมาอยากช่วย แต่ขยับไม่ได้ โดนเขาตรวจสอบและจ้องเล่นงาน มันฟังดูแล้วตลกมากๆ ก่อนเป็นหาเสียงเดินสายยกมือไหว้ ก้มแทบกราบเท้า พอได้เป็นแล้ว หลังแข็งก้มไม่ลงซะงั้น จะกลัวทำไม่เมื่อคนมีหน้าที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย เมื่อเขามีเรื่องออกมาเรียกร้อง หน้าที่ ส.ส.ของรัฐบาล คุณต้องออกมารับรู้รับฟังตามหน้าที่ ใครมันจะตรวจสอบก็ช่างมันสิครับ ผมไม่รู้ว่ามีข้อห้ามด้วยหรือ ที่ประชาชนออกมาก็เพื่อปกป้องพวกคุณ
และต้องทบทวนว่าสภาพที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ แพ้ เพราะ พลาด หรือ ล้มเหลว เพราะอะไร
...................................................................................................
ชักแม่น้ำทั้งห้ามาเยอะแล้วก็เล ยหาวิธีสรุปอีกแบบครับ
“....ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะ ฝากไว้ที่นี่ ช่วยไปเติมหน่อย เติมประเด็นสุดท้ายไปว่า ที่ต้องถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรม นูญบางคนหรือหลายคนนี้ เป็นเพราะว่าตุลาการศาลรัฐธรรมน ูญเหล่านี้ ไม่มีสำนึกในการรักษาความยุติธร รม
อย่าไปใช้คำหยาบด่าเขา ใช้คำสุภาพพูดกับเขา บอกว่าศาลรัฐธรรมนูญนี้
ไม่เข้าใจเรื่องประชาธิปไตย ไม่มีสำนึกประชาธิปไตย เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
เพราะมีที่มาจากพวกเผด็จการยึดอ ำนาจอยู่แล้ว แต่พวกนี้เคยเป็นศาลเป็นฝ่ายตุล าการมา อย่างน้อยควรจะมีสำนึกในการรักษ าความยุติธรรม นอกจากไม่รักษาความยุติธรรมแล้ว ยังทำลายความยุติธรรมด้วยมือของ ตนเองอีกด้วย” จาตุรนต์ ฉายแสง 27 เมษายน 2556 จังหวัดอุดรธานี
และต้องทบทวนว่าสภาพที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ แพ้ เพราะ พลาด หรือ ล้มเหลว เพราะอะไร
...................................................................................................
ชักแม่น้ำทั้งห้ามาเยอะแล้วก็เล
“....ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะ
บทควาท/ข่าว/เรื่องเล่า..รัฐกะลานิวส์ โดยทีมงาน
The native soil.
ที่
6/20/2556 01:06:00 AM
ไม่มีความคิดเห็น:
***อนิจา วาสนา ไพร่***
จะผ่านมากี่ครั้งก็ยังไม่พ้นสักที
เรียกร้องเถอะ ร่ำหา กันให้ตาย
เคยบ้างไหม เคยได้ สิ่งที่หวัง
กราบแทบเท้า ติดดิน ร้องเสียงดัง
มีสักครั้ง บ้างไหม ใครเมตตา
สิ่งที่ขอ รอมา กี่ชาติแล้ว
ไร้วี่แวว สิทธิ ที่ใฝ่หา
เป็นแค่ไพร่ เขาชี้ เป็นอีกา
อย่าได้มา ร่วมหงส์ ดงผู้ดี
ร้องขอมา กี่ปี กี่ชาติแล้ว
ก็ไม่แคล้ว โดนด่า ฆ่าทุบตี
จากปู่ย่า มาถึง ทุกวันนี้
ถูกย่ำยี ไล่บี้ ให้จำนน
ตายแล้วสิบ เกิดใหม่ ได้เป็นแสน
แต่ขาแขน ถูกตรึง ด้วยเล่ห์กล
แล้วเมื่อไหร่ สิ่งนี้ จะหลุดพ้น
รับกฏโจร กฏหมาย ไร้ปราณี
อนิจา วาสนา ชะตาไพร่
ถูกใส่ร้าย กล่าวหา ว่าบัดสี
ทั้งหมอบกราบ ก้มไหว้ อย่างภักดี
แพ้วจี คนโฉด โป้ปดลวง
คงถึงครา แล้วหนา บรรดาไพร่
แม้ร่ำไห้ ร้องขอ ก็ช้ำทรวง
เขาไม่แล พวกเรา ไพร่ทั้งปวง
ต้องวัดดวง ทวงค่า ความเป็นคน
โดย ยรรยง ลูกชาวดิน
7 / มีนาคม / 2553
........
บทควาท/ข่าว/เรื่องเล่า..รัฐกะลานิวส์ โดยทีมงาน
The native soil.
ที่
6/20/2556 12:39:00 AM
ไม่มีความคิดเห็น:
วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556
ยังจำกันได้ไหม คำว่าคนเสื้อแดงเราไม่ทอดทิ้งกัน
ผ่านวันเดือนปี ที่การต่อสู้ของคนเสื้อแดงยังดำเนินต่อเนื่องเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องความเป็นธรรม จนกระทั่งถึงวันนี้ ได้กำเนิด กวป. กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นมาและลุกออกมารวมตัวขับไล่ ตลก. ที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญ เหตุและผลต่างๆ ชัดเจนคนเสื้อแดงทุกระดับรู้ดีว่าเพราะอะไร 13 มิ.ย.56 นี้ นัดชุมนุมใหญ่ที่หน้ารัฐสภา เพื่อกดดันให้รัฐสภาไม่ต้องฟังคำตัดสินใดๆทั้งสิ้นจากศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้อง พรรคเพื่อไทย ให้ทำงานอย่างโปร่งใสและอย่าทำงานแบบรอส้มหล่น พร้อมยืนยันแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตราคุ้มครองโจร 309
กวป. กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ต่อสู้และมีจุดยืนข้างประชาชนอย่างชัดเจน และต้องการทำลายกลุ่มโจรและเหลือบประชาธิปไตยให้หมดไป เป็นกลุ่มประชาชนที่มีอุดมการณ์ประชาธิไตย มิใช่นักการเมือง และกล้าต่อกร ตลก.ศาลรัฐธรรมนุญ ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญที่สุดและเป็นหัวใจของโจร
หากย้อนไป วันวานที่เวที นปช. ก่อนจะถึงวันถูกสลาย 19 พ.ค.53 ตอนที่ม็อบสีเหลืองกำแหงอาละวาดหนัก หนักขนาดที่ที่ว่า บุกยึดทำเนียบไว้ ตั้ง สน. กันเองที่สะพานมัฆวานรังสรรค์. คนที่ใส่เสื้อแดง ที่ผ่านไปมาหรือรถเมล์ตามป้ายรอบบริเวณนั้น ได้รับสิทธิพิเศษโดนจับคุมตัวไปสอบสวน พร้อมทั้งยัดข้อหาให้แล้วสุดท้ายก็มีการทำร้ายร่างกาย ให้คนมารุมประนามด่า สารพัด นี่สิ่งเคยเกิดขึ้นในประเทศนี้
แกนนำ นปช.หลายคน พูดและย้ำเสมอว่าเพื่อบ้านเมืองเพื่อประชาธิปไตย ต่อต้านอำนาจทุกอำนาจที่มาจากเผด็จการ การรวมพลแรก มีคนไม่ถึง500 ที่สนามหลวง และสื่อไม่กี่สถานีของวิทยุชุมชน ที่เปิดตัวเปิดหน้าท้าอำนาจนอกระบบ กว่าจะรวมคนชวนใครอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ จนมีคนออกมาใส่เสื้อแดงได้เป็นล้านๆ ผ่านความเจ็บปวด เสียเลือดเนื้อ เสียชีวิต ในการชุมนุมมาและ ณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสง วีระบุรุษประชาธิปไตย ศพแรกที่สังเวยการชุมนุมการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย
ต่อจาก ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ที่เสียชีวิตด้วยการแสดงเจตนาและอุดมการณ์ต่อต้านการทำรัฐประหาร
.................................................................................................................................................................
ในคืนวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ได้ผูกคอตาย กับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (บริษัท วัชรพล จำกัด) โดยในจดหมายลาตายระบุ เพื่อลบคำสบประมาทของ พ.อ.อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ที่ว่า '"ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้" ' อ่านเพิ่มเติม>>>สัมภาษณ์ 25 วันก่อน 'ลุงนวมทอง ไพรวัลย์
ดึกคืนวันที่ 1 ต่อเนื่องวันที่ 2 กันยายน2551
นชป.ที่จัดชุมนุมย่อยสนามหลวงได้เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อ
เรียกร้องให้พันธมิตรยุติการยึดทำเนียบรัฐบาลที่ยึดเอาไว้ตั้งแต่วันที่ 26
สิงหาคม 2551
เสื้อแดงยกพลจากสนามหลวงมาจะประท้วงให้พันธมิตรเลิกยึดทำเนียบฯ
โดนกองกำลังพันธมิตรดักทำร้ายบาดเจ็บหลายราย ภาพล่างสุดคือณรงค์ศักดิ์
ที่ตายจากเหตุการณ์นี้ อ่านเพิ่มเติม>>>วีรชนประชาธิปไตย ณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสง
...................................................................................................................................................
ผ่านเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี2552ก็ยังแสดงจุดยืนแน่นเหนียวและมวลชนคนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตย และออกมารวมตัวมากขึ้น จนถึงปี 2553 ก็ถูกสลายการชุมนุมอย่างหนักจนมีคนเจ็บคนตายมากมาย แต่ก็ยังมีการออกมาชุมนุมอย่างต่อเนื่องซึ่งมีคำ ที่จะได้ยินบ่อยทุกครั้งที่มีการชุมนุม ว่า คนเสื้อแดงเราจะไม่ทอดทิ้งกัน ผ่านพ้นจนมีการเลือกตั้งผ่านไปจนพรรคเพื่อไทย ภายใต้การสนับสนุนของคนเสื้อแดง ชนะการเลือกตั้ง มีทั้งแกนนำ จากหลายกลุ่ม เข้าไปเป็นส.ส. และมีตำแหน่งหน้าที่ทางการเมืองกันหลายคน มาถึงวันนี้ กวป. กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นมาและลุกออกต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรม ขับไล่ตลก.ศาลรัฐธรรมนูญ ที่เป็นเชื่อชั่วจากการรัฐประหารของ คมช. และคอยทำลายฝ่ายประชาธิปไตย คนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด
แต่การออกมาต่อสู้ครั้งนี้ของ กวป. กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สิ่งที่เห็นคือ มีเพียงภาคประชาชน แกนนำที่เป็นนักจัดรายการวิทยุ เท่านั้น ที่ต่อสู้อย่างทรหด ทั้งเนื้อหาสาระที่ตรงประเด็นอย่างมีเหตุมีผล
แสดงจุดยืนสนับสนุนการกระทำของ ส.ส. และ ส.ว.จำนวน 312 คน ในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ซึ่งเห็นว่าเป็นการใช้อำนาจโดยชอบแล้ว จึงขอชื่นชม สนับสนุน และขอให้สมาชิกรัฐสภามีความมั่นคงในจุดยืน และขอวิงวอนสมาชิกรัฐสภาคนอื่นที่ยังไม่ได้ร่วมลงชื่อ ได้ลงชื่อสนับสนุนด้วย เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จไปได้
แสดงเจตจำนงผู้ริเริ่มรวบรวมรายชื่อประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง ให้ได้ไม่น้อยกว่า 20,000 รายชื่อ เพื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 5 คน ได้แก่ นายจรัญ ภักดีธนากุล นายสุพจน์ ไข่มุกด์ นายจรูญ อินทจาร นายนุรักษ์ มาประณีต นายเฉลิมพล เอกอุรุ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 271 ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และการขาดจริยธรรม ซึ่งขณะนี้มีผู้ร่วมเข้าชื่อแล้วกว่า 50,000 คน ซึ่งภาย15 วัน จะคัดกรองและนำมายื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อเข้าขบวนการถอดถอนต่อไป ส่วนประเด็นการใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยการแทรกแซงอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติของสภา ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ของตุลาการทั้ง 5 คนนั้น ทางกลุ่มกวป. มีความเห็นว่า จะได้ยกระดับการเคลื่อนไหวชุมนุมเพื่อกดดันตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน เพื่อเป็นกดดันกันเองทางอ้อมให้มีการลาออกของ 5 ตุลาการ
สนับสนุนให้ยกเลิก มาตรา 309 ที่เป็นจุดสำคัญที่สุดที่ปกป้องฝ่ายอำมาตย์เอาไว้ และตอนนี้ได้มีการส่งสัญญาณจากเวที กวป. กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตยให้ยกเลิกมาตรานี้ >>> "มาตรา 37 บรรดาการกระทำทั้งหลาย
วันที่ 13 มิถุนายน2556 นี้ คงได้พิสูทธิ์อะไรบางอย่าง กับคำว่าเราจะไม่ทอดทิ้งกัน (หรือคำนี้มันเลือนลางไปเพราะสิ่งใด หรือจะรอให้อีกฝ่ายมีการนำรถถังขนอาวุธออกมาก่อนแล้วค่อย พากันวิ่งเข้าหากองไฟอีก ทั้งที่ตอนนี้เป็นเวลาที่ดีที่เหมาะ )
Yanyong Lookshawdin
11 มิ.ย.56
11 มิ.ย.56
บทควาท/ข่าว/เรื่องเล่า..รัฐกะลานิวส์ โดยทีมงาน
The native soil.
ที่
6/13/2556 03:34:00 AM
ไม่มีความคิดเห็น:
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)









