วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ความผิดพลาด คือ บทเรียน

" ความผิดพลาด คือ บทเรียน แต่อย่าให้บทเรียนนั้นมาทำลายเราเป็นครั้งที่สอง " ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะรับผิดชอบความผิดพลาดของเราเอง ด้วยการรวมตัว รวมพลัง กล้าแก้ไขสิ่งที่ผิด ถึงแม้การรวมตัวของพวกเราให้เป็นเอกภาพจะเป็นเรื่องค่อนข้างยาก แต่แท้ที่จริงโดยธรรมชาติมนุษย์ คือ สัตว์โขลง หรือ การอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เหมือนช้าง เหมือนม้า เสือ สิงโต หรือแม้แต่นก ถ้าแยกออกจากฝูงก็อันตราย และต้องมีผู้นำฝูง ไม่ต่างจากกัน 

การรวมกลุ่มเป็นเรื่องยาก แต่บทเรียนมีให้เห็นกันแล้ว ต่อแต่นี้คงเหลือแต่ค้นหาผู้นำ และซึ่งความจริงเราจะรู้จักการรวมกลุ่มกันตั้งแต่วัยรุ่นแล้ว นั่น ก็คือ พรรคพวก และในหมู่พรรคพวกที่สนิทกัน เวลาจะไปเที่ยวหรือจะทำกิจกรรมอะไร หรือจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง จะมีอยู่คนหนึ่งเป็นผู้นำ และให้สังเกต เขาคนนั้น คือ ผู้ที่ทำประโยชน์ได้ดีมากกว่าหมู่ 

ถ้าเป็นช่วงที่ ผู้ทำประโยชน์ได้มากกว่าหมู่ ยังไม่ชัดเจน จะเป็นช่วงอาการไม่ยอมรับกัน และจะเกิดอาการแข่งขันชิงความเป็นผู้นำกัน โดยอาจจะไม่รู้ตัว จะเกิดภาพความขัดแย้ง และโจมตีกัน ตามอารมณ์และอุบายต่าง ๆ จนกว่าใคร ภาพของงานจะออกมา ดีกว่าชัดเจน จึงจะเกิด การยอมรับ นี้เป็นเรื่องปกติ เป็นธรรมชาติ

"ค่าของคนวัดกันที่ผลของงาน" "ไกลทางรู้กำลังม้า กาลเวลารู้น้ำใจคน" ดังนั้น การรวมกลุ่ม ผู้นำที่ดีจะหนีไม่พ้นการเรียนรู้ความอดทน และต้องทนต่อความขมขื่น ผู้ที่ยังไม่พร้อมก็ต้องยอมตามไปก่อน ซึ่งเป็นเรื่องปรกติเช่นกัน ไม่ใช่เรื่องเสียศักดิ์ศรีและทางออกของการที่ยังไม่ยอมรับกัน ก็ต้องอาศัย การประชุม เพื่อเจรจา แลกเปลี่ยนแชร์ความคิด ซึ่งกันและกัน ค้นหาข้อสรุป เพื่อการเปลี่ยนแปลง และเพื่อสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ร่วมกัน โดยอาศัยมติเสียงส่วนใหญ่ เป็น อำนาจสูงสุด นี้เรียกว่า " ประชาธิปไตย "

" ความผิดพลาด คือ บทเรียน แต่อย่าให้บทเรียนนั้นมาทำลายเราเป็นครั้งที่สอง "

ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะรับผิดชอบความผิดพลาดของเราเอง ด้วยการรวมตัว รวมพลัง กล้าแก้ไขสิ่งที่ผิด ถึงแม้การรวมตัวของพวกเราให้เป็นเอกภาพจะเป็นเรื่องค่อนข้างยาก แต่แท้ที่จริงโดยธรรมชาติมนุษย์ คือ สัตว์โขลง หรือ การอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เหมือนช้าง เหมือนม้า เสือ สิงโต หรือแม้แต่นก ถ้าแยกออกจากฝูงก็อันตราย และต้องมีผู้นำฝูง ไม่ต่างจากกัน

การรวมกลุ่มเป็นเรื่องยาก แต่บทเรียนมีให้เห็นกันแล้ว ต่อแต่นี้คงเหลือแต่ค้นหาผู้นำ และซึ่งความจริงเราจะรู้จักการรวมกลุ่มกันตั้งแต่วัยรุ่นแล้ว นั่น ก็คือ พรรคพวก และในหมู่พรรคพวกที่สนิทกัน เวลาจะไปเที่ยวหรือจะทำกิจกรรมอะไร หรือจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง จะมีอยู่คนหนึ่งเป็นผู้นำ และให้สังเกต เขาคนนั้น คือ ผู้ที่ทำประโยชน์ได้ดีมากกว่าหมู่

ถ้าเป็นช่วงที่ ผู้ทำประโยชน์ได้มากกว่าหมู่ ยังไม่ชัดเจน จะเป็นช่วงอาการไม่ยอมรับกัน และจะเกิดอาการแข่งขันชิงความเป็นผู้ นำกัน โดยอาจจะไม่รู้ตัว จะเกิดภาพความขัดแย้ง และโจมตีกัน ตามอารมณ์และอุบายต่าง ๆ จนกว่าใคร ภาพของงานจะออกมา ดีกว่าชัดเจน จึงจะเกิด การยอมรับ นี้เป็นเรื่องปกติ เป็นธรรมชาติ
"ค่าของคนวัดกันที่ผลของงาน" "ไกลทางรู้กำลังม้า กาลเวลารู้น้ำใจคน" ดังนั้น การรวมกลุ่ม ผู้นำที่ดีจะหนีไม่พ้นการเรียนรู้ความอดทน และต้องทนต่อความขมขื่น ผู้ที่ยังไม่พร้อมก็ต้องยอมตามไปก่อน ซึ่งเป็นเรื่องปรกติเช่นกัน ไม่ใช่เรื่องเสียศักดิ์ศรีและทางอ อกของการที่ยังไม่ยอมรับกัน ก็ต้องอาศัย การประชุม เพื่อเจรจา แลกเปลี่ยนแชร์ความคิด ซึ่งกันและกัน ค้นหาข้อสรุป เพื่อการเปลี่ยนแปลง



 และเพื่อสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ร่วมกัน โดยอาศัยมติเสียงส่วนใหญ่ เป็น อำนาจสูงสุด นี้เรียกว่า " ประชาธิปไตย "



 


โดย  ดาด้า แดงจันทบูร
          28/6/56



เวรกรรมของประชาชน ศาลปกครองกลาง" สั่งชะลอโครงการน้ำ


"ศาลปกครองกลาง" สั่งชะลอโครงการน้ำ - นำโครงการกลับไปทำกระบวนการรับฟังเสียงประชาชน

                                                           

>>>รายละเอียดข่าว

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556

DSI ยื่นให้ฟ้องศาล-คดี อภิสิทธิ์ - สุเทพ ฆ่า"พัน คำกอง"กับ"น้องอีซา" ปชป.ยังแถจะฟ้องกลับ ธาริต

 มาดูความหน้าด้านของนายอภิสิทธิ์และคนพรรค ปชป. ทำผิดชัดเจนแต่ยังมีหน้ามาข่มขู่จะฟ้องกลับ ธาริต อ้างเพื่อรักษาสิทธิ์ ช่างไร้จิตสำนึกผิดชอบชั่วดีจริงๆครับ 
........แบบนี้มันน่าจะตั้งข้อหาข่มขู่เจ้าพนักงานอีกกระทง.....

ที่มาข่าวจากไทยรัฐ ...นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำว่า DSI ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการไต่สวนคดีดังกล่าว เพราะเป็นการแจ้งข้อหาในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งการดำเนินคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  >>>> รายละเอียดข่าว

 DSIนัดอภิสิทธิ์-สุเทพพบอัยการเหตุสั่งสลายแดง

ทำผิดข้อหาสั่งการฆ่าคนตายชัดเจนเพราะทหารที่ออกมาล้อมปราบสลายการชุมนุมและใช้อาวุธปืนและกระสุนจริงยังคนตายภายใต้คำสั่งของ ศอฉ.ในเดือน เม.ย.-พ.ค.53 เมื่อ DSI รวบรวมพยานหลักฐานได้ข้อมูลชัดเจนแต่ ผู้ตั้งหายังมีหน้ามาฟ้องกลับ เพื่อที่ตนจะได้เลือกคนตัดสินความผิดที่เป็นพวกพ้องของตน โอ้แม่เจ้า...ประเทศไทย ภายใต้อิทธิพลเถื่อนถ่อยของอำมาตย์นี่มันกร่างกันเหลือเกินพวกขี้ข้าอำมาตย์ ..... นี่คดีที่ตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตายเป็นคดีร้ายแรง และสภาพนะมันนี้ก็ไม่ได้มีตำแหน่งเป็นนายกฯรัฐมนตรีแล้วด้วย ประชาชนคนธรรมดาอย่างผมก็สงสัยจึงไปเปิดดู รธน.50 ว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มันมีหน้าที่อะไรบ้าง จึงได้ทราบเนื้อหาดังนี้


๓. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

มาตรา ๒๔๖

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประกอบด้วย ประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกแปดคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของ วุฒิสภา
กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติต้องเป็นผู้ซึ่งมีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์และมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๐๕ โดยเคยเป็นรัฐมนตรี กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือกรรมการตรวจเงิน แผ่นดิน หรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางบริหารในหน่วยราชการ ที่มีอำนาจบริหารเทียบเท่าอธิบดี หรือดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าศาสตราจารย์ ผู้แทนองค์การพัฒนาเอกชน หรือผู้ประกอบวิชาชีพที่มีองค์กรวิชาชีพตามกฎหมายมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบปี ซึ่งองค์การพัฒนา เอกชนหรือองค์กรวิชาชีพนั้นให้การรับรองและเสนอชื่อเข้าสู่กระบวนการสรรหา
การสรรหาและการเลือกกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้นำบท บัญญัติมาตรา ๒๐๔ วรรคสามและวรรคสี่ มาตรา ๒๐๖ และมาตรา ๒๐๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยให้มีคณะกรรมการสรรหาจำนวนห้าคนประกอบด้วยประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
ให้ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานกรรมการ และกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ให้มีกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัด โดยคุณสมบัติ กระบวนการ สรรหา และอำนาจหน้าที่ ให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต

มาตรา ๒๔๗

กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีวาระการดำรง ตำแหน่งเก้าปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว

กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่จะเข้ารับหน้าที่

การพ้นจากตำแหน่ง การสรรหา และการเลือกกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๐๙ และมาตรา ๒๑๐ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม

มาตรา ๒๔๘

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิก ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิ เข้าชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภาว่ากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติผู้ใดกระทำการ ขาดความเที่ยงธรรม จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือมีพฤติการณ์ที่เป็นการเสื่อมเสียแก่ เกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งอย่างร้ายแรง เพื่อให้วุฒิสภามีมติให้พ้นจากตำแหน่ง
มติของวุฒิสภาให้กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพ้นจากตำแหน่ง ตามวรรคหนึ่ง ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา

มาตรา ๒๔๙

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภา มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอ ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า กรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติผู้ใดร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
คำร้องขอตามวรรคหนึ่งต้องระบุพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่าผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว กระทำการตามวรรคหนึ่งเป็นข้อๆ ให้ชัดเจน และให้ยื่นต่อประธานวุฒิสภา เมื่อประธานวุฒิสภา ได้รับคำร้องแล้ว ให้ส่งคำร้องดังกล่าวไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อพิจารณาพิพากษา

กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติผู้ถูกกล่าวหา จะปฏิบัติหน้าที่ ในระหว่างนั้นมิได้ จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ยกคำร้องดังกล่าว

ในกรณีที่กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ตามวรรคสาม และมีกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเหลืออยู่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทั้งหมด ให้ประธานศาลฎีกาและประธาน ศาลปกครองสูงสุดร่วมกันแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติเป็นการชั่วคราว โดยให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งได้จนกว่ากรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่ตนดำรงตำแหน่งแทนจะปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือจนกว่าจะมีคำพิพากษา ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่าผู้นั้นกระทำความผิด

มาตรา ๒๕๐

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสำนวนพร้อมทั้งทำความเห็นเกี่ยวกับการถอดถอน ออกจากตำแหน่งเสนอต่อวุฒิสภาตามมาตรา ๒๗๒ และมาตรา ๒๗๙ วรรคสาม

(๒) ไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสำนวนพร้อมทั้งทำความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองส่งไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามมาตรา ๒๗๕

(๓) ไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงหรือข้าราชการซึ่งดำรง ตำแหน่งตั้งแต่ผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่าขึ้นไปร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม รวมทั้ง ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือข้าราชการในระดับต่ำกว่าที่ร่วมกระทำความผิดกับผู้ดำรงตำแหน่ง ดังกล่าวหรือกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือที่กระทำความผิดในลักษณะที่คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเห็นสมควรดำเนินการด้วย ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๔) ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สิน และหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๒๕๙ และมาตรา ๒๖๔ ตามบัญชีและเอกสารประกอบ ที่ได้ยื่นไว้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กำหนด

(๕) กำกับดูแลคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(๖) รายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่พร้อมข้อสังเกตต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ทุกปี ทั้งนี้ ให้ประกาศรายงานดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษาและเปิดเผย ต่อสาธารณะด้วย

(๗) ดำเนินการอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ
ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๑๓ มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติด้วยโดยอนุโลม
ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นเจ้าพนักงานในการยุติธรรมตามกฎหมาย

มาตรา ๒๕๑

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีหน่วยธุรการ ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่เป็นอิสระ โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นผู้บังคับบัญชาขึ้นตรงต่อประธานกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
การแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ต้องได้รับ ความเห็นชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและวุฒิสภา
ให้มีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นหน่วยงาน ที่เป็นอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

..............................................








เห็นข่าวกันทั้งประเทศว่า DSI ส่งฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี  และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ  อดีตรองนายก ฯ และอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)  เป็นผู้ต้องหา ในคดีร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล ตามประมวลกฎหมายอาญา(คลิ๊กอ่าน>>> มาตรา 59,มาตรา80, มาตรา83, มาตรา84 และ มาตรา288, ) แต่มันกลับมาเรียกร้องให้ส่งตัวมันให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) นี่มันจะแถหลบไปถึงไหนว่ะ ไอ้บ้ามาร์ค.....


     ยรรยง ลูกชาวดิน
      28 มิ.ย.2556
 



วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เรื่องเล่าชาวเฟช พวกเอ็งรับบัญชาจากใครมา พวกม็อบหน้ากากขาวล้มเจ้า

โดย

 

*************เขาบอกว่า***********

 เขาบอกว่า คนเสื้อแดงชุมนุมปิดราชประสงค์กระทบกับสิทธิผู้อื่นแล้วเขาก็ใส่หน้ากากขาวออกมาเดินชุมนุมที่ราชประสงค์

เขาบอกว่า นายกฯมาจากการเลือกตั้งไม่ชอบธรรม แล้วเขาก็มาขอนายกฯพระราชทาน ม.7

เขาบอกว่า จะล้มล้างระบอบทักษิณให้หมดสิ้นแล้วเขาก็ออกมาสร้างเงื่อนไขให้ปฏิวัติ
 
*************เขาบอกว่า***********

 เขาบอกว่า คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักประชาธิปไตยแล้วเขาก็จะมาปิดประเทศแช่แข็งนักการเมือง

เขาบอกว่า อาหรับสปริงเป็นการชุมนุมขับไล่รัฐบาลเผด็จการแล้วเขาก็มาตั้ง ไทยสปริงชุมนุมออนไลน์ขับไล่รัฐบาลจากการเลือกตั้ง

เขาบอกว่า คนส่วนใหญ่ทนไม่ไหว แล้วเขาก็ออกมาแต่พวกคนหน้าเดิม

เขาบอว่า รัฐบาลกำลังอยู่ในช่วงขาลงแล้ว    เขาก็ไม่ยอมรอให้รัฐบาลครบวาระ
*************เขาบอกว่า***********

 เขาบอกว่า การสร้างสนามบินสุวรรณภูมิมีการทุจริตมากมายในสมัยรัฐบาลทักษิณ  แล้วเขาก็บอกว่า รัฐบาลทักษิณเป็นแค่มาฉาบปูนและทาสี

เขาบอกว่า ไม่สมควรคืนหนี้ไอเอ็มเอฟก่อนกำหนด  แล้วเขาก็บอกว่า คุณทักษิณแอบอ้างเอาความชอบ

เขาบอกว่า ปรส.ตั้งขึ้นในสมัยรัฐบาลชวลิต   แล้วเขาก็บอกว่า การขายสินทรัพย์ราคาถูกในสมัยชวนไม่ผิด

เขาบอกว่า เคยพยายามแอบเจรจากับโจรใต้     แล้วเขาก็บอก การเจรจาเป็นการยกระดับให้โจรใต
 
*************เขาบอกว่า***********

 เขาบอกว่า ผลโพลความนิยมของรัฐบาลกำลังตกต่ำอย่างต่อเนื่อง  แล้วเขาไม่เชื่อ ผลโพลที่ประชาชนส่วนใหญ่อยากให้รัฐบาลอยู่ต่อ

เขาบอกว่า อับอายที่นายกฯไปพูดเรื่องรัฐประหารในไทย  แล้วเขาก็สนับสนุนให้นายกฯไปฟอร์มรัฐบาลในค่ายทหาร

เขาบอกว่า รัฐบาลมาจากการซื้อเสียง     แล้วเขาก็มาถูกใบแดงเพราะซื้อเสียง

เขาบอกว่า ยึดมั่นในระบบรัฐสภา    แล้วเขาก็สนับสนุนให้ประชาชนออกมาขับไล่รัฐบาล

เขาบอกว่า การชุมนุมเป็นสิทธิ์ที่ทำได้     แล้วเขาก็ใช้อาวุธสงครามออกมาปราบปรามประชาชน
 

 

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐

หมวด ๒ พระมหากษัตริย์


มาตรา ๑๔ ข้อห้ามสำหรับองคมนตรี


องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใด ๆ


คลิ๊กอ่าน >>>"เปรม" ดีใจ ประเทศไทยได้นายกฯชื่อ "อภิสิทธิ์"


คลิ๊กอ่าน >>> สุริยะใส" ย้ำ"ป๋าเปรม" อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ


มาตรา ๑๘ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์


ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะได้ทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

มาตรา ๑๙ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตาม[[#มาตรา ๑๘|มาตรา ๑๘]] หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งสมควรดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภาประกาศในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ แต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาในการให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง
มาตรา ๒๐ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ในระหว่างที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๑๘|มาตรา ๑๘] หรือ [มาตรา ๑๙|มาตรา ๑๙] ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน
ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน

ในระหว่างที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคหนึ่ง หรือในระหว่างที่ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคสอง ประธานองคมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นประธานองคมนตรีมิได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้คณะองคมนตรีเลือกองคมนตรีคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ประธานองคมนตรีเป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน


>>>> องค์รัชทายาท มีตั้งมากมายทำไมต้องแต่งตั้งประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนล่ะครับ
 

รัฐธรรมนูญมาตรา 309 มีอะไรผิดปกติ

                                     
                                      
 
                                           เสื้อแดง,กวป.,มาตรา309

ตามที่กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) นำโดย นายชาญ ไชยยะ รองประธาน กวป. และนายศรรักษ์ มาลัยทอง โฆษก กวป. พร้อมกลุ่มคนเสื้อแดง ได้เข้ายื่นหนังสือถึงคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านนางอรรถพร เลาหสุรโยธิน ผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารทั่วไป สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเรียกร้องให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้แจงความหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 ว่ามาตรานี้ได้สร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนและประเทศไทยย่างไร เพราะเหตุใดคณะตุลาการฯ จึงละเลย มาตรา 309 และข้อให้ชี้แจงด้วยว่า มาตรา 309 เป็นกฎหมายที่นิรโทษกรรมให้คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (คปค.) และองค์กรอิสระที่ตั้งมาโดยมิชอบ ใช่หรือไม่ เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งยุติการตรวจสอบสอบ กรณีเงินบริจาคเข้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยบริษัทอีสวอเตอร์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

นายชาญ กล่าวว่า ตนเห็นว่าการบริจาคเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์นั้นเป็นไปอย่างไม่โปร่งใส ส่อว่าเป็นการทุจริต เพราะฉะนั้น ประชาชนต้องตั้งคำถามกับ กกต.ว่าเหตุใดจึงสั่งระงับการตรวจสอบ อีกทั้งกรณีที่ กกต.มีมติให้ใบแดงนายการุณ โหสกุล อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เนื่องจากได้ปราศรัยใส่ร้ายผู้สมัครพรรคอื่น แล้วการที่พรรคประชาธิปัตย์ปราศรัยใส่ร้ายพรรคเพื่อไทย ตอนหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่าเผาบ้านเผาเมืองนั้น กกต.จะใช้มาตรฐานเดียวกับกรณีนายการุณในการตัดสินหรือไม่ ทุกวันนี้ปัญหาและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากประชาชน แต่เกิดเพราะองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างไม่มีมาตรฐาน มีความคลุมเครือ ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้ และไม่มีความเป็นกลาง ดังนั้น กลุ่ม กวป.จึงเห็นว่าควรยุบองค์กรอิสระทั้งหมด เพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ  >>> (ข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจวันที่ 11 มิถุนายน 2556)


ข้อความในรัฐธรรมนูญมาตรา 309 ข้อความที่ระบุว่า
บรรดาการใดๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2549 ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและ การกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้" มันแปลไทยเป็นไทยว่ารัฐธรรมนูญมาตรานี้มีไว้เพื่อคุ้มครองเผด็จการครับเผด็จการที่ออกมายึดอำนาจ ทำรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับเดิมปี 2540 และตามมาด้วยการออกกฏหมายที่ปกป้องการกระทำของตนเอง
 ซึ่งนั่นก็แปลว่า มีการสอดไส้ "นิรโทษกรรม" ให้ผู้ที่ทำการปฏิวัติยึดอำนาจไปจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็นอดีต ปัจจุบันและอนาคต ประกาศ คปค. , คำสั่ง คปค. และการกระทำตามประกาศหรือคำสั่งเหล่านั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญไว้ในมารตรา 309 ทั้งหมด ซึ่งในเมื่อรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ศาลทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง หรือศาลยุติธรรม จึงไม่อาจตรวจสอบ ประกาศ คปค. , คำสั่ง คปค. หรือการกระทำตามคำสั่งหรือประกาศนั้นได้ แม้โดยเนื้อหาของประกาศหรือคำสั่งเหล่านั้นจะไม่ชอบ หรือการกระทำตามประกาศหรือคำสั่งจะไม่ชอบ แต่มาตรา 309 ได้รับรองไว้ก่อนแล้วว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ตามก็คือ แม้จะมีการฟ้องคดีไปที่ศาลว่ามีการกระทำตามประกาศ คปค. ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิตามที่รัฐธรรมนูญรับรองซึ่งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ศาลก็ไม่อาจจะตรวจสอบได้เลย นอกจากวินิจฉัยเป็นปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นว่าไม่อาจรับคดีนี้ไว้ตรวจสอบหรือวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้วเพราะมีการรับรองเอาไว้แล้วว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ  

******  ซึ่งประขาขนอย่างเราถ้าไม่โง่เขาจนเกินไปเหมือนคนบางกลุ่มก็เข้าใจอย่างจะแจ้งว่า ******
บรรดาการกระทำทั้งหลายซึ่งได้กระทำเนื่องในการยึดและควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 ของ หัวหน้าและคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมตลอดทั้งการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าวหรือของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือของผู้ซึ่งได้รับคำสั่งจากผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันได้กระทำไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น การกระทำดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ว่าเป็นการกระทำเพื่อให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทำอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทำในฐานะตัวการผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ และไม่ว่ากระทำในวันที่กล่าวนั้นหรือก่อนหรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมายก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิงจะมีบุคคลบางกลุ่มลอยนวลอยู่เหนือเงื้อมือกฏหมายบ้านเมืองแล้ว ยังมีบุคคลอีกกลุ่มที่ถูกเล่นงานอย่างไม่ยุติธรรมและไม่มีทางตอบโต้และฟ้องร้องกลับคืนได้แม้ว่าสิ่งที่ถูกกระทำไปนั้นจะถูกกลั้นแกล้งใส่ร้ายมาโดยตลอดก็ตามที แต่หมดสิทธิ์ที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมกลับคืนมาได้ 

คิดหน้าคิดหลังอย่าวางใจ พวกม็อบหน้ากากขาวล้มเจ้าและอำมาตย์เผด็จการ


แม้แกนนำหลัก ของคนเสื้อแดง หรือ นปช. จะโดนบล็อกจะขยับออกมาเล่นเองไม่ได้นอกจากการอาศัยจังหวะปล่อยหมัดฮุกหนักบ้างตามเวทีของพรรคเพื่อไทย แต่แล้วในความเป็นคนเสื้อแดง


วันนี้คนเสื้อแดงทุกคนต่างรู้เห็นว่าคนหน้ากาก ขาวทำตัววุ่นวายแค่ไหน แต่โปรดยับยั้งช่างใจสักนิด เพราะเราต่างรู้ว่าเบื้องหลังของหน้ากากขาวคือพวกใคร

เหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายโดยทุ่งเรื่องพุ่งความสนใจไปที่หน้ากากขาว แต่พวกหน้ากากขาวก็แค่เล่นตามบทที่ได้รับบัญชามา คดีของ ไอ้มาร์ค ไอ้เทพเทือก ก็คืออีกเรื่องที่กำลังรอฟังผลในวันที่ 26 มิ.ย.56 นี้

และการเดินเกมแบบรุกฆาตคงมีการกำหนดไว้แล้วเรื่องการโค่นล้มรัฐบาล


สิ่งที่น่าสงสัยทำไม แกนนำพวกมัน นิ่งเงียบผิดปกติ ทั้งที่ หน้ากากขาวออกมาป่วนขนาดนี้ นั่นแสดงว่า มีการเตรียมการและรอใครบางคนส่งสัญญาณ ให้ทำอะไรแบบที่คนเสื้อแดงอาจคาดถึงหรือเตรียมตัวไม่ทัน ก่อนหน้านี้ คนเสื้อแดง กลุ่ม กวป. ได้ขุดคุ้ยแฉแผนการและประวัติการกระของตัวอำมาตย์ออกมาแฉให้สังคมรับรู้เป็นรายบุคคล คนเสื้อแดง กลุ่ม กวป. แฉความไม่ชอบธรรมขององค์กรอิสระขี้ข้าอำมาตย์จนไม่กล้าเดินถนน พบปะ ผู้คน พูดง่ายๆคือเสียหลักเสียท่าจนพูดไม่ออก 





...แต่สุดท้ายมันก็เบี่ยงประเด็นด้วยการให้พวกหน้ากากขาวออกมาป่วนกลบกระแส ข่าว ไม่แคร์แม้ถูกตราหน้าว่าเป็นพวกม็อบล้มเจ้า การยอมเสียเบี้ยเสียม้า เพื่อรุกฆาตกินขุนของฝ่ายคนเสื้อแดง นั่นแสดงว่าฝ่ายอำมาตย์มองเห็นช่องทางแล้วแน่นอนจึงได้กล้าเล่นหมากเกมนี้ อย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ......

โปรดอย่าได้วางใจเด็ดขาด




.....ล่าสุดช็อตที่พัทยาเมื่อ 23 มิ.ย.56ที่ผ่านมาเพื่อสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อต่อต้านการรวมตัวของกลุ่มม็อบหน้าการขาวซึ่งก็คือร่างแปลงของกลุ่มพันธมิตรฯที่ตั้งใจมาป่วนสร้างกระสแสเพื่อให้เกิดความวุ่นวายและเรียกร้องให้ทหารออกมาทำการยึดอำนาจล้มรัฐบาลพรรคเพื่อไทย กลุ่มคนเสื้อแดง จึงได้รวมตัวเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการล้มล้างรัฐบาล ตามที่คนเสื้อแดงได้อธิบาย เรื่อง รธน.50 หมวดพระมหากษัตย์ เรื่องการแต่งตั้งประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนในถ้าหากพระมหากษัตย์องค์ปัจจุบันสิ้นพระชนม์ลง....


.....กลุ่มคนหน้ากากขาวยืนนิ่งตาปริบๆ และตอบไม่ได้ว่าทำไมพวกตนเองอ้างว่าจงรักภักดีต่อสถาบัน หากเกิดเหตุการนั้นขึ้นจริง ทำไมไม่แต่งตั้งองค์รัชทายาท ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ทั้งที่เป็นตัวแทนของสถาบัน แต่เหตุใดจึงกลุ่มอำมาตย์จึงได้รวมหัวกันเขียน รธน50. ออกมาเช่นนี้ ด้วยวัตถุประสงค์อะไร........

.....และคนหน้ากากขาวหลายคนไม่รู้เลยว่าหน้ากากขาวที่ตนใส่อยู่นั้นมีที่ มาที่ไปอย่างไร แต่หูเบาตกเป็นเหยื่อของ ปชป. และพวกอำมาตย์ ......


.....การร้องขอให้ยกเลิก รธน.50 มาตรา 309 ของคนเสื้อแดง มิได้ทำเพื่อทักษิณ เพราะทักษิณก็บริหารบ้านเมืองได้อย่างดีอยู่แล้วและประเทศกำลังเจริญรุ่งเรื่อง แต่มีกลุ่มคนเข้ามายึดอำนาจล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตย์ทรงเป็นประมุข และมีการพระราชทานแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนและมีมติเห็นชอบด้วยเสียงส่วนมากจากสมาชิกรัฐสภา
.....ผู้ที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนกระทำการยึดอำนาจในวันที่ 19-ก.ย.-49 ได้กระทำการละเมิดพระราชอำนาจของพระมหากษัตย์อย่างชัดเจน หลังจากนั้น ก็ร่วมกันเขียน รธน.50 ขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ในทางการเมืองให้กับพวกพ้องตนเอง และปกป้องล้างความผิดให้ตนเอง ตาม รายละเอียดในมาตรา 309 ไปหาอ่านกันเองอีกครั้งว่าจริงไหม........

ฉะนั้น คำว่ารักชาติ รักในหลวง ปกป้องสถาบัน คนใส่หน้ากากขาว และพันธมิตร ของ ปชป. ทุกๆกลุ่ม โปรดอย่าเอามาใช้รวมกับ คำว่า ทักษิณและคนเสื้อแดงเป็นพวก ล้มเจ้าล้มสถาบัน เพราะไม่เป็นความจริง พูดกันแบบตรงๆ กลุ่มคนใส่หน้ากากขาวและเครือข่าย พธม. นั่นต่างหาก ที่ถูกหลอกให้ทำลายสถาบันและล้มล้าง ระบอบประชาธิปไตย โดยแผนการอันแยบยล แนบเนียน ของ ปชป. กับพวก อำมาตย์ ที่แทรกซึมแฝงตัวฝั่งตัว ดำเนินการจัดฉาก สร้างภาพ แอบอ้างการหากินหาประโยชน์โดยใช้สถาบันบังหน้ามานานแล้ว........