วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เรื่องเล่าชาวเฟช พวกเอ็งรับบัญชาจากใครมา พวกม็อบหน้ากากขาวล้มเจ้า

โดย

 

*************เขาบอกว่า***********

 เขาบอกว่า คนเสื้อแดงชุมนุมปิดราชประสงค์กระทบกับสิทธิผู้อื่นแล้วเขาก็ใส่หน้ากากขาวออกมาเดินชุมนุมที่ราชประสงค์

เขาบอกว่า นายกฯมาจากการเลือกตั้งไม่ชอบธรรม แล้วเขาก็มาขอนายกฯพระราชทาน ม.7

เขาบอกว่า จะล้มล้างระบอบทักษิณให้หมดสิ้นแล้วเขาก็ออกมาสร้างเงื่อนไขให้ปฏิวัติ
 
*************เขาบอกว่า***********

 เขาบอกว่า คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักประชาธิปไตยแล้วเขาก็จะมาปิดประเทศแช่แข็งนักการเมือง

เขาบอกว่า อาหรับสปริงเป็นการชุมนุมขับไล่รัฐบาลเผด็จการแล้วเขาก็มาตั้ง ไทยสปริงชุมนุมออนไลน์ขับไล่รัฐบาลจากการเลือกตั้ง

เขาบอกว่า คนส่วนใหญ่ทนไม่ไหว แล้วเขาก็ออกมาแต่พวกคนหน้าเดิม

เขาบอว่า รัฐบาลกำลังอยู่ในช่วงขาลงแล้ว    เขาก็ไม่ยอมรอให้รัฐบาลครบวาระ
*************เขาบอกว่า***********

 เขาบอกว่า การสร้างสนามบินสุวรรณภูมิมีการทุจริตมากมายในสมัยรัฐบาลทักษิณ  แล้วเขาก็บอกว่า รัฐบาลทักษิณเป็นแค่มาฉาบปูนและทาสี

เขาบอกว่า ไม่สมควรคืนหนี้ไอเอ็มเอฟก่อนกำหนด  แล้วเขาก็บอกว่า คุณทักษิณแอบอ้างเอาความชอบ

เขาบอกว่า ปรส.ตั้งขึ้นในสมัยรัฐบาลชวลิต   แล้วเขาก็บอกว่า การขายสินทรัพย์ราคาถูกในสมัยชวนไม่ผิด

เขาบอกว่า เคยพยายามแอบเจรจากับโจรใต้     แล้วเขาก็บอก การเจรจาเป็นการยกระดับให้โจรใต
 
*************เขาบอกว่า***********

 เขาบอกว่า ผลโพลความนิยมของรัฐบาลกำลังตกต่ำอย่างต่อเนื่อง  แล้วเขาไม่เชื่อ ผลโพลที่ประชาชนส่วนใหญ่อยากให้รัฐบาลอยู่ต่อ

เขาบอกว่า อับอายที่นายกฯไปพูดเรื่องรัฐประหารในไทย  แล้วเขาก็สนับสนุนให้นายกฯไปฟอร์มรัฐบาลในค่ายทหาร

เขาบอกว่า รัฐบาลมาจากการซื้อเสียง     แล้วเขาก็มาถูกใบแดงเพราะซื้อเสียง

เขาบอกว่า ยึดมั่นในระบบรัฐสภา    แล้วเขาก็สนับสนุนให้ประชาชนออกมาขับไล่รัฐบาล

เขาบอกว่า การชุมนุมเป็นสิทธิ์ที่ทำได้     แล้วเขาก็ใช้อาวุธสงครามออกมาปราบปรามประชาชน
 

 

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐

หมวด ๒ พระมหากษัตริย์


มาตรา ๑๔ ข้อห้ามสำหรับองคมนตรี


องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใด ๆ


คลิ๊กอ่าน >>>"เปรม" ดีใจ ประเทศไทยได้นายกฯชื่อ "อภิสิทธิ์"


คลิ๊กอ่าน >>> สุริยะใส" ย้ำ"ป๋าเปรม" อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ


มาตรา ๑๘ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์


ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะได้ทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

มาตรา ๑๙ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตาม[[#มาตรา ๑๘|มาตรา ๑๘]] หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งสมควรดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภาประกาศในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ แต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาในการให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง
มาตรา ๒๐ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ในระหว่างที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๑๘|มาตรา ๑๘] หรือ [มาตรา ๑๙|มาตรา ๑๙] ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน
ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน

ในระหว่างที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคหนึ่ง หรือในระหว่างที่ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคสอง ประธานองคมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นประธานองคมนตรีมิได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้คณะองคมนตรีเลือกองคมนตรีคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ประธานองคมนตรีเป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน


>>>> องค์รัชทายาท มีตั้งมากมายทำไมต้องแต่งตั้งประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนล่ะครับ
 

รัฐธรรมนูญมาตรา 309 มีอะไรผิดปกติ

                                     
                                      
 
                                           เสื้อแดง,กวป.,มาตรา309

ตามที่กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) นำโดย นายชาญ ไชยยะ รองประธาน กวป. และนายศรรักษ์ มาลัยทอง โฆษก กวป. พร้อมกลุ่มคนเสื้อแดง ได้เข้ายื่นหนังสือถึงคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านนางอรรถพร เลาหสุรโยธิน ผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารทั่วไป สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเรียกร้องให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้แจงความหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 ว่ามาตรานี้ได้สร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนและประเทศไทยย่างไร เพราะเหตุใดคณะตุลาการฯ จึงละเลย มาตรา 309 และข้อให้ชี้แจงด้วยว่า มาตรา 309 เป็นกฎหมายที่นิรโทษกรรมให้คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (คปค.) และองค์กรอิสระที่ตั้งมาโดยมิชอบ ใช่หรือไม่ เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งยุติการตรวจสอบสอบ กรณีเงินบริจาคเข้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยบริษัทอีสวอเตอร์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

นายชาญ กล่าวว่า ตนเห็นว่าการบริจาคเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์นั้นเป็นไปอย่างไม่โปร่งใส ส่อว่าเป็นการทุจริต เพราะฉะนั้น ประชาชนต้องตั้งคำถามกับ กกต.ว่าเหตุใดจึงสั่งระงับการตรวจสอบ อีกทั้งกรณีที่ กกต.มีมติให้ใบแดงนายการุณ โหสกุล อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เนื่องจากได้ปราศรัยใส่ร้ายผู้สมัครพรรคอื่น แล้วการที่พรรคประชาธิปัตย์ปราศรัยใส่ร้ายพรรคเพื่อไทย ตอนหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่าเผาบ้านเผาเมืองนั้น กกต.จะใช้มาตรฐานเดียวกับกรณีนายการุณในการตัดสินหรือไม่ ทุกวันนี้ปัญหาและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากประชาชน แต่เกิดเพราะองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างไม่มีมาตรฐาน มีความคลุมเครือ ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้ และไม่มีความเป็นกลาง ดังนั้น กลุ่ม กวป.จึงเห็นว่าควรยุบองค์กรอิสระทั้งหมด เพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ  >>> (ข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจวันที่ 11 มิถุนายน 2556)


ข้อความในรัฐธรรมนูญมาตรา 309 ข้อความที่ระบุว่า
บรรดาการใดๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2549 ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและ การกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้" มันแปลไทยเป็นไทยว่ารัฐธรรมนูญมาตรานี้มีไว้เพื่อคุ้มครองเผด็จการครับเผด็จการที่ออกมายึดอำนาจ ทำรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับเดิมปี 2540 และตามมาด้วยการออกกฏหมายที่ปกป้องการกระทำของตนเอง
 ซึ่งนั่นก็แปลว่า มีการสอดไส้ "นิรโทษกรรม" ให้ผู้ที่ทำการปฏิวัติยึดอำนาจไปจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็นอดีต ปัจจุบันและอนาคต ประกาศ คปค. , คำสั่ง คปค. และการกระทำตามประกาศหรือคำสั่งเหล่านั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญไว้ในมารตรา 309 ทั้งหมด ซึ่งในเมื่อรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ศาลทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง หรือศาลยุติธรรม จึงไม่อาจตรวจสอบ ประกาศ คปค. , คำสั่ง คปค. หรือการกระทำตามคำสั่งหรือประกาศนั้นได้ แม้โดยเนื้อหาของประกาศหรือคำสั่งเหล่านั้นจะไม่ชอบ หรือการกระทำตามประกาศหรือคำสั่งจะไม่ชอบ แต่มาตรา 309 ได้รับรองไว้ก่อนแล้วว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ตามก็คือ แม้จะมีการฟ้องคดีไปที่ศาลว่ามีการกระทำตามประกาศ คปค. ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิตามที่รัฐธรรมนูญรับรองซึ่งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ศาลก็ไม่อาจจะตรวจสอบได้เลย นอกจากวินิจฉัยเป็นปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นว่าไม่อาจรับคดีนี้ไว้ตรวจสอบหรือวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้วเพราะมีการรับรองเอาไว้แล้วว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ  

******  ซึ่งประขาขนอย่างเราถ้าไม่โง่เขาจนเกินไปเหมือนคนบางกลุ่มก็เข้าใจอย่างจะแจ้งว่า ******
บรรดาการกระทำทั้งหลายซึ่งได้กระทำเนื่องในการยึดและควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 ของ หัวหน้าและคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมตลอดทั้งการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าวหรือของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือของผู้ซึ่งได้รับคำสั่งจากผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันได้กระทำไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น การกระทำดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ว่าเป็นการกระทำเพื่อให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทำอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทำในฐานะตัวการผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ และไม่ว่ากระทำในวันที่กล่าวนั้นหรือก่อนหรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมายก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิงจะมีบุคคลบางกลุ่มลอยนวลอยู่เหนือเงื้อมือกฏหมายบ้านเมืองแล้ว ยังมีบุคคลอีกกลุ่มที่ถูกเล่นงานอย่างไม่ยุติธรรมและไม่มีทางตอบโต้และฟ้องร้องกลับคืนได้แม้ว่าสิ่งที่ถูกกระทำไปนั้นจะถูกกลั้นแกล้งใส่ร้ายมาโดยตลอดก็ตามที แต่หมดสิทธิ์ที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมกลับคืนมาได้ 

คิดหน้าคิดหลังอย่าวางใจ พวกม็อบหน้ากากขาวล้มเจ้าและอำมาตย์เผด็จการ


แม้แกนนำหลัก ของคนเสื้อแดง หรือ นปช. จะโดนบล็อกจะขยับออกมาเล่นเองไม่ได้นอกจากการอาศัยจังหวะปล่อยหมัดฮุกหนักบ้างตามเวทีของพรรคเพื่อไทย แต่แล้วในความเป็นคนเสื้อแดง


วันนี้คนเสื้อแดงทุกคนต่างรู้เห็นว่าคนหน้ากาก ขาวทำตัววุ่นวายแค่ไหน แต่โปรดยับยั้งช่างใจสักนิด เพราะเราต่างรู้ว่าเบื้องหลังของหน้ากากขาวคือพวกใคร

เหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายโดยทุ่งเรื่องพุ่งความสนใจไปที่หน้ากากขาว แต่พวกหน้ากากขาวก็แค่เล่นตามบทที่ได้รับบัญชามา คดีของ ไอ้มาร์ค ไอ้เทพเทือก ก็คืออีกเรื่องที่กำลังรอฟังผลในวันที่ 26 มิ.ย.56 นี้

และการเดินเกมแบบรุกฆาตคงมีการกำหนดไว้แล้วเรื่องการโค่นล้มรัฐบาล


สิ่งที่น่าสงสัยทำไม แกนนำพวกมัน นิ่งเงียบผิดปกติ ทั้งที่ หน้ากากขาวออกมาป่วนขนาดนี้ นั่นแสดงว่า มีการเตรียมการและรอใครบางคนส่งสัญญาณ ให้ทำอะไรแบบที่คนเสื้อแดงอาจคาดถึงหรือเตรียมตัวไม่ทัน ก่อนหน้านี้ คนเสื้อแดง กลุ่ม กวป. ได้ขุดคุ้ยแฉแผนการและประวัติการกระของตัวอำมาตย์ออกมาแฉให้สังคมรับรู้เป็นรายบุคคล คนเสื้อแดง กลุ่ม กวป. แฉความไม่ชอบธรรมขององค์กรอิสระขี้ข้าอำมาตย์จนไม่กล้าเดินถนน พบปะ ผู้คน พูดง่ายๆคือเสียหลักเสียท่าจนพูดไม่ออก 





...แต่สุดท้ายมันก็เบี่ยงประเด็นด้วยการให้พวกหน้ากากขาวออกมาป่วนกลบกระแส ข่าว ไม่แคร์แม้ถูกตราหน้าว่าเป็นพวกม็อบล้มเจ้า การยอมเสียเบี้ยเสียม้า เพื่อรุกฆาตกินขุนของฝ่ายคนเสื้อแดง นั่นแสดงว่าฝ่ายอำมาตย์มองเห็นช่องทางแล้วแน่นอนจึงได้กล้าเล่นหมากเกมนี้ อย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ......

โปรดอย่าได้วางใจเด็ดขาด




.....ล่าสุดช็อตที่พัทยาเมื่อ 23 มิ.ย.56ที่ผ่านมาเพื่อสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อต่อต้านการรวมตัวของกลุ่มม็อบหน้าการขาวซึ่งก็คือร่างแปลงของกลุ่มพันธมิตรฯที่ตั้งใจมาป่วนสร้างกระสแสเพื่อให้เกิดความวุ่นวายและเรียกร้องให้ทหารออกมาทำการยึดอำนาจล้มรัฐบาลพรรคเพื่อไทย กลุ่มคนเสื้อแดง จึงได้รวมตัวเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการล้มล้างรัฐบาล ตามที่คนเสื้อแดงได้อธิบาย เรื่อง รธน.50 หมวดพระมหากษัตย์ เรื่องการแต่งตั้งประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนในถ้าหากพระมหากษัตย์องค์ปัจจุบันสิ้นพระชนม์ลง....


.....กลุ่มคนหน้ากากขาวยืนนิ่งตาปริบๆ และตอบไม่ได้ว่าทำไมพวกตนเองอ้างว่าจงรักภักดีต่อสถาบัน หากเกิดเหตุการนั้นขึ้นจริง ทำไมไม่แต่งตั้งองค์รัชทายาท ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ทั้งที่เป็นตัวแทนของสถาบัน แต่เหตุใดจึงกลุ่มอำมาตย์จึงได้รวมหัวกันเขียน รธน50. ออกมาเช่นนี้ ด้วยวัตถุประสงค์อะไร........

.....และคนหน้ากากขาวหลายคนไม่รู้เลยว่าหน้ากากขาวที่ตนใส่อยู่นั้นมีที่ มาที่ไปอย่างไร แต่หูเบาตกเป็นเหยื่อของ ปชป. และพวกอำมาตย์ ......


.....การร้องขอให้ยกเลิก รธน.50 มาตรา 309 ของคนเสื้อแดง มิได้ทำเพื่อทักษิณ เพราะทักษิณก็บริหารบ้านเมืองได้อย่างดีอยู่แล้วและประเทศกำลังเจริญรุ่งเรื่อง แต่มีกลุ่มคนเข้ามายึดอำนาจล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตย์ทรงเป็นประมุข และมีการพระราชทานแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนและมีมติเห็นชอบด้วยเสียงส่วนมากจากสมาชิกรัฐสภา
.....ผู้ที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนกระทำการยึดอำนาจในวันที่ 19-ก.ย.-49 ได้กระทำการละเมิดพระราชอำนาจของพระมหากษัตย์อย่างชัดเจน หลังจากนั้น ก็ร่วมกันเขียน รธน.50 ขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ในทางการเมืองให้กับพวกพ้องตนเอง และปกป้องล้างความผิดให้ตนเอง ตาม รายละเอียดในมาตรา 309 ไปหาอ่านกันเองอีกครั้งว่าจริงไหม........

ฉะนั้น คำว่ารักชาติ รักในหลวง ปกป้องสถาบัน คนใส่หน้ากากขาว และพันธมิตร ของ ปชป. ทุกๆกลุ่ม โปรดอย่าเอามาใช้รวมกับ คำว่า ทักษิณและคนเสื้อแดงเป็นพวก ล้มเจ้าล้มสถาบัน เพราะไม่เป็นความจริง พูดกันแบบตรงๆ กลุ่มคนใส่หน้ากากขาวและเครือข่าย พธม. นั่นต่างหาก ที่ถูกหลอกให้ทำลายสถาบันและล้มล้าง ระบอบประชาธิปไตย โดยแผนการอันแยบยล แนบเนียน ของ ปชป. กับพวก อำมาตย์ ที่แทรกซึมแฝงตัวฝั่งตัว ดำเนินการจัดฉาก สร้างภาพ แอบอ้างการหากินหาประโยชน์โดยใช้สถาบันบังหน้ามานานแล้ว........

วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556

นายพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ ได้เผยแพร่ "หนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์"

ก่อนจะติดความประพฤติของพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงต่อไปย้อนไปทบทวนความเห็นของอดีตสมาชิกพรรคที่ลาออกไปกันอีกสักครั้ง ว่าคนที่เคยอยู่ในพรรคนั้นมาเขารู้เขาเห็นและรู้สึกอย่างไรที่ลาออก

วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554 เวลา 12:14:37 น.

ความของหนังสือลาออก มีใจความ ดังนี้


 ....กราบเรียนท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์


กระผมนายพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ประเภทสามัญเลขที่ 43414075 โดยผมได้สมัครเป็นสมาชิกตั้งแต่ปีพ.ศ. 2541 ในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังจะต้องตกเป็นฝ่ายค้านเพราะความนิยมกำลังถาโถมไปที่พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ก็พ่ายแพ้การเลือกตั้งทั่วไป และพรรคไทยรักไทยของ พ.ต.ท. ทักษิณก็ได้เป็นรัฐบาลสมัยแรก


ตอนนั้นตัวกระผมเองได้หอบหิ้วปริญญาตรีและโทกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาภายหลังเหตุการณ์วิกฤติเศรษฐกิจไม่นานนัก พร้อมกับความเชื่อที่ว่าคนเราทุกคนควรมีส่วนร่วมทางการเมืองเพื่อสร้างสังคมที่ดี และการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีได้



ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมานั้น ผมเฝ้าติดตามความเป็นไปของการเมืองไทยในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งไม่เคยมุ่งหวังที่จะเดินเข้าไปสู่สนามการเมืองแต่อย่างใด เพียงแต่ใช้กำลังกาย สมอง เวลา และโอกาสเท่าที่มีในการตอบแทนสังคมบ้างทั้งในฐานะอาจารย์ในมหาวิทยาลัย หรือนักเขียนมือสมัครเล่นในคอลัมน์หนังสือพิมพ์ฉบับต่าง ๆ ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาหลายปี



สาเหตุที่ตอนนั้นกระผมตัดสินใจส่งใบสมัครมาที่พรรคประชาธิปัตย์แทนที่จะเป็นพรรคไทยรักไทย ซึ่งสมัยนั้นจะมีภาพลักษณ์ที่ทันสมัยกว่า และกำลังอยู่ในช่วงที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นทั้งในสังคมเมืองและสังคมชนบท ก็เพราะว่า ตัวผมเองไม่เคยเชื่อเลยว่าเจ้าของกลุ่มทุนผูกขาดอย่าง พ.ต.ท. ทักษิณจะมีความจริงใจที่จะเสียสละในการเข้ามาช่วยเหลือประเทศชาติได้อย่างแท้จริง



แต่มีความเชื่อว่าเนื้อแท้ของกลุ่มทุนผูกขาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสัมปทานของรัฐมักจะต้องเอารัดเอาเปรียบประชาชนอย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์นั้นเป็นพรรดการเมืองที่เก่าแก่ยาวนาน มีความเป็นสถาบันการเมืองมากที่สุดเท่าที่มีอยู่ในสังคมการเมืองไทย


แต่วันและเวลาสอนให้ผมได้เรียนรู้ถึงธรรมชาติของการเมืองไทยมากขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงนั้นมีความลึกซึ้งมากกว่าภาพที่คนทั่ว ๆ ไปเห็นอยู่บนเวทีการเมืองที่เป็นทางการอยู่มากนัก แต่สำหรับผมแล้ว ช่วงเวลาสิบกว่าปีนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นเนื้อแท้ของพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นอย่างดีในระดับหนึ่ง และทำให้ผมได้คำตอบมาระยะหนึ่งแล้วว่าตัวเองนั้นคิดผิด ซึ่งผมขอประมวลเหตุผลมาประกอบดังต่อไปนี้
1. พรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีวันชนะใจประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้ เพราะขาดความจริงใจมุ่งแต่สร้างภาพจอมปลอม ประโยคนี้เป็นสัจธรรมเสมอ มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์และน่าจะเป็นจริงตลอดไปด้วย ตราบใดที่จะยังคงมีพรรคนี้อยู่ในเวทีการเมืองไทย เพราะประวัติศาสตร์บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์มักจะได้อำนาจรัฐหรือได้เป็นรัฐบาลโดยการเพลี่ยงพล้ำของพรรคขั้วตรงข้าม และมีพลังอำนาจพิเศษที่มาหนุนอยู่ตลอด

ดังนั้นลักษณะของพรรคประชาธิปัตย์จะมักจะเชิดคนที่มีภาพลักษณ์ดี(สำหรับสังคมไทย) กล่าวคือมักจะเป็นคนที่มีลักษณะความสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน หรือมีชาติตระกูลสูง หรือแม้กระทั่งคนมีหน้าตาดี นอกจากนี้อาจจะมีการเชิดชูภาพของความซื่อสัตย์เป็นจุดขาย แต่จะสังเกตได้ว่านั่นมักจะเป็นเพียงหน้าฉากของผู้นำพรรคเท่านั้น



แต่เบื้องหลังของผู้นำพรรคหรือแม้กระทั่งเบื้องหลังหน้ากากอันสวยหรูของผู้นำพรรค ก็มักจะมีบรรดานักการเมืองสกปรกที่หิวโหยอยู่ข้างหลังอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่เคยนำเสนอแนวทางในการบริหารพัฒนาบ้านเมืองอันใดได้เลย ที่ทำอยู่ก็จะมีเพียงนโยบายเฉพาะกิจ หรือเพื่อการประชาสัมพันธ์หาเสียงเท่านั้น มุ่งจะเล่นแต่การเมืองแต่ไม่เคยพัฒนาบ้านเมือง


2. การมุ่งเล่นแต่การเมือง ทำให้บรรดานโยบายของพรรคที่ออกมา ขาดพื้นฐานด้านข้อมูลที่เป็นจริง ขาดการศึกษาและวิเคาระห์ถึงปัญหาอย่างลึกซึ้ง ซึ่งความจริงแล้วพรรคประชาธิปัตย์ถึงแม้ว่าจะเป็นพรรคการเมืองที่แก่ที่สุด แต่ก็ไม่เคยมีนโยบายเป็นของตัวเองมาก่อน บรรดานโยบายของรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ต้องยอมรับว่าเป็นการคัดลอกและดัดแปลงมาจากนโยบายประชานิยมของพรรคไทยรักไทยในอดีตทั้งสิ้น


แต่น่าเสียใจว่าการคัดลอกดัดแปลงนั้นกลับทำได้ย่ำแย่กว่าสมัยที่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลเสียอีก พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจว่าการที่พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเป็นเพราะประชาชนหิวโหยในผลประโยชน์ ดังนั้นการเข้ามาของรัฐบาลอภิสิทธิ์จึงเริ่มต้นด้วยการหว่านโปรยผลประโยชน์

ตั้งแต่นโยบายแจกเงินกินเปล่าให้ประชาชนหัวละสองพันบาท แต่จะเห็นได้ว่าการแจกเงินกินเปล่าเหล่านั้นไม่ได้ทำให้คะแนนนิยมของพรรคสูงขึ้น กลับลดลงเสียด้วยซ้ำ เป็นเพราะเหตุใด? ก็เพราะว่าวิธีการแจกเงินสองพันบาทโดยใช้ฐานข้อมมูลประกันสังคมนั้นไม่สามารถจะนำเงินไปสู่คนยากคนจนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแท้จริง ไปได้แค่เพียงคนชั้นกลางซึ่งมีข้อมูลอยู่ในทะเบียนฯเท่านั้น นโยบายนี้เหยียบย่ำหัวใจคนยากคนจนที่ส่วนใหญ่ที่ยากไร้ไม่มีที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย จะมีประกันสังคมได้อย่างไร



ในขณะที่นโยบายที่ลอกและสานต่อจากนโยบายไทยรักไทยอย่างโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์หรือที่เรียกกันว่าโอท๊อป ซึ่งภาครัฐเคยจัดงานที่อิมแพคเมืองทองธานีเป็นประจำทุก ๆ ปี เป็นงานกึ่งตลาดนัดกึ่งแสดงสินค้า ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อม จากผู้นำเข้าและผู้ส่งออก ตลอดจนจากผู้บริโภคทั่ว ๆ ไป พอรัฐบาลอภิสิทธิ์เข้ามาบริหารก็ได้ย้ายสถานที่จัดงานมาตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทั้งตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ทั้งในลานเอนกประสงค์หน้าห้างฯ บริเวณรอบสนามกีฬาแห่งชาติ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมางานโอท็อปก็ต้องพับฐานลงอย่างน่าเสียดา



ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ทั้งสถานที่จัดงานกระจัดกระจาย สภาพอากาศที่ไม่อำนวย ทำให้จำนวนคนเข้าชมงานลดน้อยลงอย่างมาก ผู้ค้าซึ่งมาจากต่างจังหวัดนอกจากจะขายสินค้าไม่ได้ ยังต้องแบกภาระค่ากินนอนเข้าไปอีกเพราะอดีตที่เคยอาศัยบริเวณจัดงานในอิมแพคฯก็ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร หัวอกคนยากคนจนและคนทำมาหากินซึ่งรัฐบาลประชาธิปัตย์ไม่เคยเข้าใจและคงไม่มีวันจะเข้าใจได้ สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทำได้อย่างเชี่ยงชาญก็คือการใส่ไคล้ทำลายและช่วงชิงโอกาส ซึ่งล้วนเป็นเกมการเมืองทั้งสิ้



3. บริหารไร้ประสิทธิภาพแต่โกงเป็นมาตรฐาน ด้วยนโยบายหว่านผลประโยชน์กับการสร้างภาพของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้รัฐต้องแบกภาระเพิ่มขึ้นมากมาย จะเห็นได้ว่ามีการกู้เงินมหาศาลกว่ารัฐบาลใดในอดีตเสียอีก แต่ลำพังการกู้นั้นมิสามารถทำให้รัฐบาลดำเนินนโยบายไร้ประสิทธิภาพเหล่านั้นต่อไปได้มากนัก



รัฐบาลชุดนี้จึงมีกระบวนการสร้างภาระโดยการรีดภาษีจากคนชั้นกลางในมิติต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าสภาพเศรษฐกิจของประเทศมีความฝืดเคืองมากขึ้นเป็นลำดับ เพราะรัฐบาลนอกจากไม่ส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศแล้ว กลับบั่นทอนกำลังการบริโภคของประชาชนไปเสียอีกด้วย



ในขณะที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ เราก็มักจะได้ยินข่าวการทุจริตมากขึ้นเป็นลำดับ บรรดาข่าวการทุจริตซึ่งส่วนใหญ่มาจากนโยบายจัดซื้อจัดจ้างการรับเหมาก่อสร้างมากมาย ซึ่งมีรูปแบบคลาสสิคโบราณ และน่าจะเป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถพัฒนาก้าวข้ามไปได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฉาวโฉ่เกี่ยวกับ โครงการนมโรงเรียน โครงการรถเมล์ โครงการต้นกล้าอาชีพของรัฐบาล ไปจนถึงโครงการรถเมล์BRT อภิมหาโครงการโมโนเรล โครงการซุปเปอร์สกายวอล์กของกรุงเทพมหานคร และอื่น ๆ อีกมากมาย ในขณะที่กฎเหล็ก 9 ข้อที่นายกอภิสิทธิ์ประกาศไว้เมื่อครั้งรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกลับไม่เคยถูกกล่าวถึงอีกเลย


4. ไม่สร้างความปรองดองกลับสร้างความแตกแยก ก็ต้องยอมรับว่าในขณะที่รัฐบาลประชาธิปัตย์เข้ามาบริหารประเทศนั้น สังคมไทยอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งอย่างหนัก รัฐบาลประชาธิปัตย์เข้ามาพร้อมกับการต่อต้านของขั้วตรงข้ามในนามกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งเริ่มก่อรูปมาตั้งแต่หลังเหตุการณ์รัฐประหารรัฐบาลทักษิณ การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงนั้นต้องการล้มล้างรัฐบาลประชาธิปัตย์และคืนอำนาจแก่อีกขั้วการเมืองเป็นหลัก


ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้จึงต้องเผชิญกับการชุมนุมต่อต้านหลายครั้ง และบ่อยครั้งก็ได้พัฒนาไปถึงการจลาจล ซึ่งครั้งที่รุนแรงมากที่สุดก็คือการเผาเมืองพฤษภาคม2553 ถึงแม้ว่าแก่นแกนของการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ที่พ.ต.ท. ทักษิณ โดยมีแนวร่วมหลายส่วนที่เกี่ยวกับขบวนการเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตย ความเท่าเทียมทางสังคม ฯลฯ



ดังนั้นขบวนการคนเสื้อแดงจึงกลายเป็นขบวนการที่ใหญ่และใหญ่มากยิ่งขึ้น ในขณะที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็เกิดอาการฝ่อ และเลือกที่จะสร้างความปรองดองกับขบวนการเสื้อแดงโดยการย่ำยีหลักการของกฎหมาย ตั้งแต่การที่รัฐบาลไปเป็นแกนเคลื่อนไหวในการประกันตัวบรรดาแกนนำ ตลอดจนการละเว้นการติดตามทางคดีของผู้ก่อการเผาสถานที่ราชการ เอกชน ทำลายและปล้นทรัพย์สินในช่วงเหตุการณ์จลาจล การย่ำยีกฎหมายคือการสร้างความแตกแยกอันบาดลึก แต่เป็นที่สงสัยกันอยู่ว่าทั้งนี้เป็นไปก็เพื่อจะลอยตัว รักษาอำนาจ และสามารถเป็นรัฐบาลต่อไปได้เรื่อย ๆ หรือเปล่า



5. สิ่งที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์เขาพระวิหารแสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ของพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างชัดเจน เพราะสิ่งที่นายกอภิสิทธิ์ได้เคยอภิปรายโจมตีในการยื่นยัตติไม่ไว้วางใจนายนพดล ปัทมะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวชเกี่ยวกับบูรณภาพเหนือดินแดนรอบตัวปราสาทเขาพระวิหาร กลับกลายเป็นสิ่งที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ดำเนินการเหมือนกับรัฐบาลพรรคพลังประชาชนและตรงกันข้ามกับสิ่งที่ตัวเองพูดไว้ในสภาอย่างสิ้นเชิง


หมายความว่าพรรคประชาธิปัตย์สามารถที่จะพูดอะไรก็ได้เพื่อให้เกิดโอกาสในการที่ตัวเองจะสามารถพลิกผันขึ้นมาถือครองอำนาจรัฐอย่างนั้นหรือ และผลของการบริหารประเทศเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังได้ทำให้ประเทศไทยดูเหมือนไร้เกียรติไร้ศักดิ์ศรี ตกเป็นเบี้ยล่างของบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน จนในที่สุดประเทศไทยก็จะต้องสูญเสียอธิปไตยเหนือดินแดนไปด้วยเหตุผลของความโง่เขลาหรือการมีผลประโยชน์ต่างตอบแทนก็สุดแล้วแต่ที่จะคาดเดาได้ ซึ่งความเป็นจริงแล้วถ้าศึกษากันดี ๆ ก็จะเห็นได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการเยี่ยงนี้ทำให้ประเทศชาติและสังคมไทยสูญเสียมาหลายครั้ง



ล่าสุดก็ครั้งที่ประเทศมีวิกฤติเศรษฐกิจ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์กับกรณี ป.ร.ส. ขายหนี้ของบรรดาไฟแนนซ์ที่รัฐบาลสั่งปิดลงไปให้กับบรรดากองทุนต่างชาติ จนทำให้ต่างชาติสามารถกอบโกยผลกำไรอันมหาศาลไปจากสังคมไทย ทิ้งไว้กับกองศพของคนล้มละลายเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลาง ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อม ผลจากการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลครั้งนั้น ทำให้ธนาคารเกือบทุกธนาคารในประเทศไทยต้องตกเป็นของต่างชาติในที่สุด หรือที่คนทั่ว ๆ ไปเค้าเรียกว่าเสียเอกราชทางการเงินนั่นเอง


ด้วยเหตุผลเบื้องต้นเพียง 5 ประการนี้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีอุดมการณ์อะไรเพื่อประโยชน์ของประชาชนและสังคมไทย พรรคจึงเป็นเพียงมายาภาพหลอกลวงคนที่สิ้นหวังกับการเมืองไทยในชั่วขณะหนึ่ง ๆ เท่านั้น


ทุกวันนี้เราจะได้เห็นทั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีแข่งกันขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์ผลงานกันอย่างบ้าคลั่ง สมกับเป็นการเชิดปี่กลองสู้ศึกในเทศกาลเลือกตั้ง แต่กลับไม่เห็นรู้สึกถึงผลงานที่ออกมาอย่างกับในป้ายโฆษณาแต่อย่างใด ป้ายโฆษณาเหล่านี้กลับเป็นสิ่งที่ตอกย้ำให้ผู้คนซึ่งได้รับความลำบากทั้งชาวไร่ชาวนาที่ถูกกดราคาสินค้าเกษตร ทั้งคนชั้นกลางที่ถูกขูดรีดภาษีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งกับผู้บริโภคทั่วไปที่ถูกตีหัวจากราคาสินค้าที่ปรับขึ้นอย่างไม่เป็นธรรม ได้รู้สึกเจ็บแค้นอย่างเหนือคำบรรยาย ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งซึ่งหมดศรัทธาต่อพรรคประชาธิปัตย์ และประสงค์ที่จะลาออกจากสมาชิกพรรคนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

จึงเรียนมาเพื่อทราบ
พรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ

อ้างอิง : http://www.matichon.co.th/
วันที่ 29 มีนาคม 2554

วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2556

แพ้ เพราะ พลาด หรือ ล้มเหลว

 
หลังจากพรรคเพื่อไทยที่เป็นรัฐบาลแพ้การเลือกตั้งซ่อมที่ดอนเมือง
(ข้อมูลจากข่าวสด >> ชี้ปัจจัยแพ้-ชนะซ่อมดอนเมือง )  ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทยอย่างมา และยังสะเทือนความรู้สึกของมวลชนคนเสื้อแดงที่เป็นฐานเสียงส่วนมากของพรรคเพื่อไทย ไม่เพียงแค่คนเสื้อแดงในเขตดอนเมืองเองและคนเสื้อแดงที่อยู่ตามจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศ อีกทั้งกระแสการโจมตีรัฐบาลกำลังเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องการลดราคาจำนำข้าวจากเดิม เกวียนละ 15000 บาท ลงมาเหลือ 12000 บาท ตามข้อมูลที่ฝ่ายค้านกระหนำอย่างมันส์ปาก ผสมกับขบวนการโค่นล้มรัฐบาลที่ออกมาเรียกแขกอย่างต่อเนื่องด้วยการเปลี่ยนชุดเปลื่อนชื่อม็อบเป็นกิจกรรมยามว่าง นั่นบ่งบอกว่าฝ่ายอำนาจนอกระบบเริ่มปฏิบัติได้ผล
 
   
 
 
หลายมุมมองจากสาเหตุการแพ้เรื่องตั้งซ่อมที่ดอนเมือง
 
ทั้งนักวิชาการ และวิชาเกิน ก็พูดกันไปสารพัดตามที่ได้รู้ได้เห็น หรือบางพวกก็กำลังได้ทีขี่แพะไล่ แต่ปัญหาส่วนหนึ่งคือคนเสื้อแดงที่มีความคิดแตกกลุ่มออกไป ไม่เว้นแม้แต่ นปช.ส่วนกลาง แกนนำที่เคยร่วมรบก็ยังต่อกันไม่ค่อยติด ถ้าไม่ติด พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร สักคนที่เป็นความหวัง ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น   รู้ทั้งรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามเขาจะทำลายฐานเสียงทั้งในสภาและนอกสภาทุกวิถีทาง เพราะเวลาปราศรัยผ่านเวที นปช. หรือ แถลงข่าว ก็พูดอยู่ตลอดว่ามีขบวนการจ้องโค่นล้มรัฐบาล ช่วงเวลาที่ คุณเก่ง การุณ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ทำให้ ส.ส.เขตดอนเมืองว่างลงแต่กลับมีแต่ข่าว กลุ่มนั้นขั้วนี้แย่งกันจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งแทน มัวแต่ถกเถียงกัน จนทำให้ลืมว่าหน้าที่การลงพื้นที่ไปให้กำลังใจพี่น้องประชาชนนั้น แม้ ส.ส.ในพื้นที่ไม่มี แต่หน้าที่ของรัฐบาล ก็ต้องทำต่อเนื่อง มีชาวบ้านเขาพูดว่า บางเขตที่ไม่ได้อย่างไปโทษอะไร แต่การลงพื้นเข้าถึงชุมชนของนักการเมืองเพื่อไทยยังน้อยเกินไป ชาวบ้านเขาว่านักการเมืองบางคนอิงแต่กระแสเสื้อแดงมากเกิน จะลงพื้นที่แต่ละทีก็ต้องรอ คนในตระกูลชินวัตรหรือคนใกล้ชิด มาเดินเคียงข้าง แม้แต่คนเสื้อแดงบางคนยังพูดเลยว่า ถ้าไม่เห็นแก่ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร  จะไม่ลงคะแนนให้เลย ....... 
 
และในขณะที่คนเสื้อแดงเปิดแนวรบด้านการข่าวให้ มีหลายกลุ่ม  ทั้งที่เป็นสื่อวิทยุชุมชน และในโลกออนไลน์ ก็ไม่รู้ว่าขั้วไหนคนไหนในรัฐบาลที่รู้จักสนิท คนหมู่มากมันย่อมมีปํญหาเรื่องยุทธวิธีแนวคิด จนมีข่าวความขัดแย้งกันเอง ถึงขั้นแยกตัวเป็นกลุ่มอิสระ แต่คนในรัฐบาล หรือ แกนนำหลัก ก็ไม่หาทางแก้ไขไปพูดประสานรอยร้าวให้หมดไป อีกทั้งบางกลุ่มที่เป็นสถานีวิทยุในขั้วของนักการเมือง ที่อ้างแต่ว่าใกล้ชิดสนิทคนไกล นักจัดรายการที่เคยเป็นนักสู้แบบลืมตายก็ออกมาจัดรายการแบบถูกกำหนดพูดเชียร์ๆๆ รัฐบาลแบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่ท้วงติงนำเสนอปัญหาในสิ่งที่ประชาชนกังขาเอาแต่แก้ต่างไปวันๆ.......

 
 จับประเด็นที่เป็นเรื่องที่คนสงสัยและพูดกันมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในนาม กวป. ที่รวมตัวกันออกมาเคลื่อนไหว ขับไล่ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีการแสดงท่าทีใดของ นปช.ส่วนกลาง แม้แต่คนในพรรคเพื่อไทย ก็อ้ำอึ้ง   ล่า เวที ภปช. ก็ยังไม่มีระดับหัวใหญ่ๆ มีแต่หัวเล็กๆ จะโผล่แสดงน้ำใจสักนิดก็ไม่มี ตาขาวเกินเหตุ  มวลชนก็ใจจดใจจ่อรอไปเถอะว่าจะมีใครแวะมาดูแลบ้าง มันง่ายจะตายไป เมื่อคุณเป็น ส.ส.เพื่อไทยที่เป็นรัฐบาลที่ได้รับการเลือกมาโดยประชาชน คุณกลัวอะไรนักหนา กับข้ออ้างที่ว่า อยากมาอยากช่วย แต่ขยับไม่ได้ โดนเขาตรวจสอบและจ้องเล่นงาน มันฟังดูแล้วตลกมากๆ  ก่อนเป็นหาเสียงเดินสายยกมือไหว้ ก้มแทบกราบเท้า พอได้เป็นแล้ว หลังแข็งก้มไม่ลงซะงั้น  จะกลัวทำไม่เมื่อคนมีหน้าที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย เมื่อเขามีเรื่องออกมาเรียกร้อง หน้าที่ ส.ส.ของรัฐบาล คุณต้องออกมารับรู้รับฟังตามหน้าที่ ใครมันจะตรวจสอบก็ช่างมันสิครับ ผมไม่รู้ว่ามีข้อห้ามด้วยหรือ ที่ประชาชนออกมาก็เพื่อปกป้องพวกคุณ

และต้องทบทวนว่าสภาพที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ แพ้ เพราะ พลาด หรือ ล้มเหลว เพราะอะไร


...................................................................................................

ชักแม่น้ำทั้งห้ามาเยอะแล้วก็เลยหาวิธีสรุปอีกแบบครับ
“....ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากไว้ที่นี่ ช่วยไปเติมหน่อย เติมประเด็นสุดท้ายไปว่า ที่ต้องถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนหรือหลายคนนี้ เป็นเพราะว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเหล่านี้ ไม่มีสำนึกในการรักษาความยุติธรรม อย่าไปใช้คำหยาบด่าเขา ใช้คำสุภาพพูดกับเขา บอกว่าศาลรัฐธรรมนูญนี้ ไม่เข้าใจเรื่องประชาธิปไตย ไม่มีสำนึกประชาธิปไตย เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะมีที่มาจากพวกเผด็จการยึดอำนาจอยู่แล้ว แต่พวกนี้เคยเป็นศาลเป็นฝ่ายตุลาการมา อย่างน้อยควรจะมีสำนึกในการรักษาความยุติธรรม นอกจากไม่รักษาความยุติธรรมแล้ว ยังทำลายความยุติธรรมด้วยมือของตนเองอีกด้วย” จาตุรนต์ ฉายแสง 27 เมษายน 2556 จังหวัดอุดรธานี

 
 

***อนิจา วาสนา ไพร่***

จะผ่านมากี่ครั้งก็ยังไม่พ้นสักที
 
เรียกร้องเถอะ   ร่ำหา กันให้ตาย
เคยบ้างไหม   เคยได้ สิ่งที่หวัง
กราบแทบเท้า   ติดดิน ร้องเสียงดัง
มีสักครั้ง   บ้างไหม ใครเมตตา
 
สิ่งที่ขอ   รอมา กี่ชาติแล้ว
ไร้วี่แวว   สิทธิ ที่ใฝ่หา
เป็นแค่ไพร่   เขาชี้ เป็นอีกา
อย่าได้มา  ร่วมหงส์ ดงผู้ดี
 
ร้องขอมา   กี่ปี กี่ชาติแล้ว
ก็ไม่แคล้ว   โดนด่า ฆ่าทุบตี
จากปู่ย่า    มาถึง ทุกวันนี้
ถูกย่ำยี    ไล่บี้ ให้จำนน
 
ตายแล้วสิบ    เกิดใหม่ ได้เป็นแสน
แต่ขาแขน    ถูกตรึง ด้วยเล่ห์กล
แล้วเมื่อไหร่   สิ่งนี้ จะหลุดพ้น
รับกฏโจร  กฏหมาย ไร้ปราณี
 
อนิจา    วาสนา ชะตาไพร่
ถูกใส่ร้าย   กล่าวหา ว่าบัดสี
ทั้งหมอบกราบ   ก้มไหว้ อย่างภักดี
แพ้วจี   คนโฉด โป้ปดลวง
 
คงถึงครา    แล้วหนา บรรดาไพร่
แม้ร่ำไห้   ร้องขอ ก็ช้ำทรวง
เขาไม่แล   พวกเรา ไพร่ทั้งปวง
ต้องวัดดวง  ทวงค่า ความเป็นคน


โดย ยรรยง ลูกชาวดิน
7 / มีนาคม / 2553
........

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ยังจำกันได้ไหม คำว่าคนเสื้อแดงเราไม่ทอดทิ้งกัน


ผ่านวันเดือนปี ที่การต่อสู้ของคนเสื้อแดงยังดำเนินต่อเนื่องเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องความเป็นธรรม  จนกระทั่งถึงวันนี้ ได้กำเนิด  กวป. กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นมาและลุกออกมารวมตัวขับไล่ ตลก. ที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญ เหตุและผลต่างๆ ชัดเจนคนเสื้อแดงทุกระดับรู้ดีว่าเพราะอะไร 13 มิ.ย.56 นี้ นัดชุมนุมใหญ่ที่หน้ารัฐสภา  เพื่อกดดันให้รัฐสภาไม่ต้องฟังคำตัดสินใดๆทั้งสิ้นจากศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้อง พรรคเพื่อไทย ให้ทำงานอย่างโปร่งใสและอย่าทำงานแบบรอส้มหล่น พร้อมยืนยันแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตราคุ้มครองโจร 309

กวป. กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ต่อสู้และมีจุดยืนข้างประชาชนอย่างชัดเจน และต้องการทำลายกลุ่มโจรและเหลือบประชาธิปไตยให้หมดไป เป็นกลุ่มประชาชนที่มีอุดมการณ์ประชาธิไตย  มิใช่นักการเมือง และกล้าต่อกร   ตลก.ศาลรัฐธรรมนุญ ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญที่สุดและเป็นหัวใจของโจร


หากย้อนไป วันวานที่เวที นปช. ก่อนจะถึงวันถูกสลาย 19 พ.ค.53  ตอนที่ม็อบสีเหลืองกำแหงอาละวาดหนัก หนักขนาดที่ที่ว่า บุกยึดทำเนียบไว้ ตั้ง สน. กันเองที่สะพานมัฆวานรังสรรค์. คนที่ใส่เสื้อแดง ที่ผ่านไปมาหรือรถเมล์ตามป้ายรอบบริเวณนั้น ได้รับสิทธิพิเศษโดนจับคุมตัวไปสอบสวน พร้อมทั้งยัดข้อหาให้แล้วสุดท้ายก็มีการทำร้ายร่างกาย ให้คนมารุมประนามด่า สารพัด นี่สิ่งเคยเกิดขึ้นในประเทศนี้

แกนนำ นปช.หลายคน พูดและย้ำเสมอว่าเพื่อบ้านเมืองเพื่อประชาธิปไตย ต่อต้านอำนาจทุกอำนาจที่มาจากเผด็จการ การรวมพลแรก มีคนไม่ถึง500 ที่สนามหลวง และสื่อไม่กี่สถานีของวิทยุชุมชน  ที่เปิดตัวเปิดหน้าท้าอำนาจนอกระบบ กว่าจะรวมคนชวนใครอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ จนมีคนออกมาใส่เสื้อแดงได้เป็นล้านๆ  ผ่านความเจ็บปวด เสียเลือดเนื้อ เสียชีวิต ในการชุมนุมมาและ ณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสง วีระบุรุษประชาธิปไตย ศพแรกที่สังเวยการชุมนุมการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย
 ต่อจาก ลุงนวมทอง  ไพรวัลย์ ที่เสียชีวิตด้วยการแสดงเจตนาและอุดมการณ์ต่อต้านการทำรัฐประหาร

 
 .................................................................................................................................................................

ในคืนวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ได้ผูกคอตาย กับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (บริษัท วัชรพล จำกัด) โดยในจดหมายลาตายระบุ เพื่อลบคำสบประมาทของ พ.อ.อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ที่ว่า '"ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้" '  อ่านเพิ่มเติม>>>สัมภาษณ์ 25 วันก่อน 'ลุงนวมทอง ไพรวัลย์
ดึกคืนวันที่ 1 ต่อเนื่องวันที่ 2 กันยายน2551 นชป.ที่จัดชุมนุมย่อยสนามหลวงได้เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อ เรียกร้องให้พันธมิตรยุติการยึดทำเนียบรัฐบาลที่ยึดเอาไว้ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2551
เสื้อแดงยกพลจากสนามหลวงมาจะประท้วงให้พันธมิตรเลิกยึดทำเนียบฯ โดนกองกำลังพันธมิตรดักทำร้ายบาดเจ็บหลายราย ภาพล่างสุดคือณรงค์ศักดิ์ ที่ตายจากเหตุการณ์นี้   อ่านเพิ่มเติม>>>วีรชนประชาธิปไตย ณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสง

...................................................................................................................................................
ผ่านเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี2552ก็ยังแสดงจุดยืนแน่นเหนียวและมวลชนคนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตย และออกมารวมตัวมากขึ้น จนถึงปี 2553 ก็ถูกสลายการชุมนุมอย่างหนักจนมีคนเจ็บคนตายมากมาย แต่ก็ยังมีการออกมาชุมนุมอย่างต่อเนื่องซึ่งมีคำ ที่จะได้ยินบ่อยทุกครั้งที่มีการชุมนุม ว่า นเสื้อแดงเราจะไม่ทอดทิ้งกัน    ผ่านพ้นจนมีการเลือกตั้งผ่านไปจนพรรคเพื่อไทย ภายใต้การสนับสนุนของคนเสื้อแดง ชนะการเลือกตั้ง มีทั้งแกนนำ จากหลายกลุ่ม  เข้าไปเป็นส.ส. และมีตำแหน่งหน้าที่ทางการเมืองกันหลายคน  มาถึงวันนี้ กวป. กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นมาและลุกออกต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรม ขับไล่ตลก.ศาลรัฐธรรมนูญ ที่เป็นเชื่อชั่วจากการรัฐประหารของ คมช. และคอยทำลายฝ่ายประชาธิปไตย คนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด 
 
แต่การออกมาต่อสู้ครั้งนี้ของ กวป. กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สิ่งที่เห็นคือ มีเพียงภาคประชาชน แกนนำที่เป็นนักจัดรายการวิทยุ เท่านั้น ที่ต่อสู้อย่างทรหด ทั้งเนื้อหาสาระที่ตรงประเด็นอย่างมีเหตุมีผล
 
แสดงจุดยืนสนับสนุนการกระทำของ ส.ส. และ ส.ว.จำนวน 312 คน ในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ซึ่งเห็นว่าเป็นการใช้อำนาจโดยชอบแล้ว จึงขอชื่นชม สนับสนุน และขอให้สมาชิกรัฐสภามีความมั่นคงในจุดยืน และขอวิงวอนสมาชิกรัฐสภาคนอื่นที่ยังไม่ได้ร่วมลงชื่อ ได้ลงชื่อสนับสนุนด้วย เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จไปได้ 
 
แสดงเจตจำนงผู้ริเริ่มรวบรวมรายชื่อประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง ให้ได้ไม่น้อยกว่า 20,000 รายชื่อ เพื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 5 คน ได้แก่ นายจรัญ ภักดีธนากุล นายสุพจน์ ไข่มุกด์ นายจรูญ อินทจาร นายนุรักษ์ มาประณีต นายเฉลิมพล เอกอุรุ  ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 271 ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และการขาดจริยธรรม ซึ่งขณะนี้มีผู้ร่วมเข้าชื่อแล้วกว่า 50,000 คน ซึ่งภาย15 วัน จะคัดกรองและนำมายื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อเข้าขบวนการถอดถอนต่อไป ส่วนประเด็นการใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยการแทรกแซงอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติของสภา ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ของตุลาการทั้ง 5 คนนั้น ทางกลุ่มกวป. มีความเห็นว่า จะได้ยกระดับการเคลื่อนไหวชุมนุมเพื่อกดดันตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน เพื่อเป็นกดดันกันเองทางอ้อมให้มีการลาออกของ 5 ตุลาการ
 
สนับสนุนให้ยกเลิก มาตรา 309 ที่เป็นจุดสำคัญที่สุดที่ปกป้องฝ่ายอำมาตย์เอาไว้ และตอนนี้ได้มีการส่งสัญญาณจากเวที กวป. กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตยให้ยกเลิกมาตรานี้ >>> "มาตรา 37 บรรดาการกระทำทั้งหลาย
 

วันที่ 13 มิถุนายน2556 นี้ คงได้พิสูทธิ์อะไรบางอย่าง กับคำว่าเราจะไม่ทอดทิ้งกัน (หรือคำนี้มันเลือนลางไปเพราะสิ่งใด  หรือจะรอให้อีกฝ่ายมีการนำรถถังขนอาวุธออกมาก่อนแล้วค่อย พากันวิ่งเข้าหากองไฟอีก  ทั้งที่ตอนนี้เป็นเวลาที่ดีที่เหมาะ )

 
 Yanyong Lookshawdin
11 มิ.ย.56

วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556

คดี 2 ศพใต้ด่วนพระราม 4 พ.ค.53 ร่วมกตัญญูเบิกทีมถูกยิงหลังทหารถาม “มึงด้วยใช่ไหม



เบิก 2 พยาน ไต่สวนการตาย  2 ศพใต้ทางด่วนพระราม 4 เหยื่อกระสุน 16 พ.ค.53 ร่วมกตัญญู เบิก จนท.ประจำรถถูกยิงหลังทหารตะโดนถาม “มึงด้วยใช่ไหม” เพื่อนผู้ตายยันไม่พบชายชุดดำหรือบุคคลถืออาวุธปืนในที่เกิดเหตุ
10 มิ.ย.56 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ฯ ศาลนัดไต่สวนคำร้องชันสูตรศพ คดีที่พนักงานอัยการ สำนักอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญาใต้ ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตของนายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล อายุ 25 ปี อาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ผู้ตายที่ 1  และนายประจวบ ประจวบสุข ผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จ การแห่งชาติ (นปช.) ผู้ตายที่ 2 ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณใต้ทางด่วน  ถ.พระราม 4 เมื่อวันที่ 16 พ.ค.53 ช่วงกระชับพื้นที่การชุมนุมของ นปช. โดย ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

>>> อ่านต่อข่าวและชมภาพคลิปที่นี่

“ทนายสุวัตร”ไม่เชื่อฆ่า“เอกยุทธ”แค่ชิงทรัพย์-เตรียมเปิดชื่อคนบงการ"..//


“ทนายสุวัตร”ไม่เชื่อฆ่า“เอกยุทธ”แค่ชิงทรัพย์-เตรียมเปิดชื่อคนบงการ"..//**“ทนายสุวัตร”ไม่เชื่อคนขับรถสังหาร“เอกยุทธ”แค่ชิงทรัพย์ ชี้มีคนบงการ และวางแผนเป็นทีมงาน “สันติภาพ”เกลือเป็นหนอน รับเงิน 2 ทาง เหตุติดหนี้พนัน จับพิรุธตอนแรกบอกยิง ก่อนกลับลำบอกบีบคอจนตาย เผยกำลังทำงานสำคัญ เตรียมเปิดชื่อคนบงการไม่เกินพรุ่งนี้เช้า
       
        วันนี้(11 มิ.ย.)นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ในฐานะทนายความของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ให้สัมภาษณ์รายการ News Hour ทางเอเอสทีวี กรณีการอุ้มฆ่านายเอกยุทธว่า ในฐานะที่ตนเป็นนายทนายความของนายเอกยุทธ จึงขอส่งคนเข้าร่วมสอบปากคำนายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถของนายเอกยุทธด้วย แต่ตนยังไม่เชื่อว่าจะเป็นไปตามที่นายสันติภาพให้การสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ จนกว่าจะได้เห็นศพ ซึ่งขณะนี้ตนและทีมงานกำลังทำเรื่องสำคัญบางอย่างอยู่ แต่แนวโน้มเป็นที่ชัดเจนว่านายเอกยุทธคงถูกฆ่าแน่นอน โดยนายสันติภาพเกลือเป็นหนอนให้กับทีมอุ้มฆ่า โดยเอากุญแจให้ เพื่อแลกกับเงิน เนื่องจากนายสันติภาพติดการพนันงอมแงม และถูกนายเอกยุทธจับได้ว่ายักยอกเงิน 1 ล้านกว่าบาท
       
        นายสุวัตรกล่าวต่อว่า ในวันที่นายเอกยุทธถูกอุ้มไปฆ่านั้นเป็นจังหวะที่นายเอกยุทธไปกับนายสันติภาพ 2 คน ที่ร้านกระแต และมีความผิดปกติที่นายสันติภาพขับรถออกไปจากร้านอาหาร ไปวนอยู่ข้างนอก ตนก็ถามว่าทำไมต้องเอารถออกไป นายสันติภาพก็อ้างว่าไม่ชอบอาหารร้านนี้ จึงขับรถออกไปหารับประทานข้างนอก ซึ่งก็เป็นเพียงข้ออ้าง เพราะตลาดสะพานควายก็อยู่ไม่ไกลจากร้านกระแต มีของกินมากมาย สามารถเดินไปหาอะไรกินได้
       
        นายสุวัตรกล่าวว่า คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่จะชี้ชัดว่าทีมฆ่าเป็นใคร ใครเป็นผู้บงการ ซึ่งประมาณ 4 ทุ่มคืนนี้ หรือพรุ่งนี้เช้าจะมีความชัดเจน ต้องระบุให้ได้ว่า ใครเป็นผู้ว่าจ้าง ใครวางแผนร่วมกันบ้าง แต่ขณะนี้เชื่อว่านายสันติภาพรับเงิน 2 ทาง โดยรับเงินจากผู้บงการด้วย เมื่อชัดเจนแล้วจะบอกว่าทีมฆ่าเป็นใคร เป็นคนใหญ่คนโตที่อยากให้นายเอกยุทธตาย แต่ตนยังพูดขณะนี้ไม่ได้
       เพราะจะทำให้งานสำคัญเสียหาย
       
        นายสุวัตรกล่าวอีกว่า ตนรู้จักนายสันติภาพพอสมควร และรู้ว่าไม่ใช่คนฉลาด จึงไม่สามารถวางแผนทำคนเดียวได้แน่นอน และตอนให้ปากคำก็มีพิรุธ ตอนแรกบอกว่ายิง ทีหลังบอกว่าบีบคอ เป็นการโกหกดิ้นไปดิ้นมา ซึ่งถ้ายิงก็ต้องพยานหลักฐาน มีเขม่าดินปืน ส่วนการค้นหาศพนายเอกยุทธน่าจะพบภายในคืนนี้
       
        นายสุวัตรระบุว่า การวางแผนฆ่านายเอกยุทธครั้งนี้เป็นการกระจายงานออกไปทำหลายสาย อย่างไรก็ตาม ได้รับความร่วมมือจาก บชน.เป็นอย่างดี ตอนแรกก็มีความสงสัย แต่วันนี้เขาได้แสดงความจริงใจให้เราร่วมสอบคนขับรถด้วย เพราะฉะนั้นทีมที่ทำคงไม่ใช่ตำรวจทางสาย บชน. แต่เป็นสายอื่น ซึ่งต้องหาให้ได้ว่าใครทำ
       
        ส่วนที่ ตชด.พัทลุงนั้น เป็นแค่ปลายทางในการอำพรางศพ และพ่อของนายสันติภาพก็เป็นทหาร น่าจะมีส่วนร่วมวางแผนด้วย และเป็นทีมใหญ่ ทั้งนี้เชื่อว่า นายสันติภาพคงไม่ถูกฆ่าตัดตอน เพราะอยู่ในมือพนักงานสอบสวนแล้ว นอกจากว่าจะผูกคอตายในห้องขังเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องคอยดูแลให้ดี
       
        นายสุวัตรกล่าวเพิ่มเติมว่า การสังหารนายเอกยุทธน่าจะเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่รอให้ชัดเจนมากกว่านี้ก่อน

http://astv.mobi/A4p6nmx

 
 
ทนายสุวัตร”ไม่เชื่อคนขับรถสังหาร“เอกยุทธ”แค่ชิงทรัพย์ ชี้มีคนบงการ และวางแผนเป็นทีมงาน... “สันติภาพ”เกลือเป็นหนอน รับเงิน 2 ทาง เหตุติดหนี้พนัน จับพิรุธตอนแรกบอกยิง ก่อนกลับลำบอกบีบคอจนตาย เผยกำลังทำงานสำคัญ เตรียมเปิดชื่อคนบงการไม่เกินพรุ่งนี้เช้า

วันนี้(11 มิ.ย.)นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ในฐานะทนายความของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ให้สัมภาษณ์รายการ News Hour ทางเอเอสทีวี กรณีการอุ้มฆ่านายเอกยุทธว่า ในฐานะที่ตนเป็นนายทนายความของนายเอกยุทธ จึงขอส่งคนเข้าร่วมสอบปากคำนายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถของนายเอกยุทธด้วย แต่ตนยังไม่เชื่อว่าจะเป็นไปตามที่นายสันติภาพให้การสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ จนกว่าจะได้เห็นศพ ซึ่งขณะนี้ตนและทีมงานกำลังทำเรื่องสำคัญบางอย่างอยู่ แต่แนวโน้มเป็นที่ชัดเจนว่านายเอกยุทธคงถูกฆ่าแน่นอน โดยนายสันติภาพเกลือเป็นหนอนให้กับทีมอุ้มฆ่า โดยเอากุญแจให้ เพื่อแลกกับเงิน เนื่องจากนายสันติภาพติดการพนันงอมแงม และถูกนายเอกยุทธจับได้ว่ายักยอกเงิน 1 ล้านกว่าบาท

นายสุวัตรกล่าวต่อว่า ในวันที่นายเอกยุทธถูกอุ้มไปฆ่านั้นเป็นจังหวะที่นายเอกยุทธไปกับนายสันติภาพ 2 คน ที่ร้านกระแต และมีความผิดปกติที่นายสันติภาพขับรถออกไปจากร้านอาหาร ไปวนอยู่ข้างนอก ตนก็ถามว่าทำไมต้องเอารถออกไป นายสันติภาพก็อ้างว่าไม่ชอบอาหารร้านนี้ จึงขับรถออกไปหารับประทานข้างนอก ซึ่งก็เป็นเพียงข้ออ้าง เพราะตลาดสะพานควายก็อยู่ไม่ไกลจากร้านกระแต มีของกินมากมาย สามารถเดินไปหาอะไรกินได้

นายสุวัตรกล่าวว่า คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่จะชี้ชัดว่าทีมฆ่าเป็นใคร ใครเป็นผู้บงการ ซึ่งประมาณ 4 ทุ่มคืนนี้ หรือพรุ่งนี้เช้าจะมีความชัดเจน ต้องระบุให้ได้ว่า ใครเป็นผู้ว่าจ้าง ใครวางแผนร่วมกันบ้าง แต่ขณะนี้เชื่อว่านายสันติภาพรับเงิน 2 ทาง โดยรับเงินจากผู้บงการด้วย เมื่อชัดเจนแล้วจะบอกว่าทีมฆ่าเป็นใคร เป็นคนใหญ่คนโตที่อยากให้นายเอกยุทธตาย แต่ตนยังพูดขณะนี้ไม่ได้
เพราะจะทำให้งานสำคัญเสียหาย

นายสุวัตรกล่าวอีกว่า ตนรู้จักนายสันติภาพพอสมควร และรู้ว่าไม่ใช่คนฉลาด จึงไม่สามารถวางแผนทำคนเดียวได้แน่นอน และตอนให้ปากคำก็มีพิรุธ ตอนแรกบอกว่ายิง ทีหลังบอกว่าบีบคอ เป็นการโกหกดิ้นไปดิ้นมา ซึ่งถ้ายิงก็ต้องพยานหลักฐาน มีเขม่าดินปืน ส่วนการค้นหาศพนายเอกยุทธน่าจะพบภายในคืนนี้

นายสุวัตรระบุว่า การวางแผนฆ่านายเอกยุทธครั้งนี้เป็นการกระจายงานออกไปทำหลายสาย อย่างไรก็ตาม ได้รับความร่วมมือจาก บชน.เป็นอย่างดี ตอนแรกก็มีความสงสัย แต่วันนี้เขาได้แสดงความจริงใจให้เราร่วมสอบคนขับรถด้วย เพราะฉะนั้นทีมที่ทำคงไม่ใช่ตำรวจทางสาย บชน. แต่เป็นสายอื่น ซึ่งต้องหาให้ได้ว่าใครทำ

ส่วนที่ ตชด.พัทลุงนั้น เป็นแค่ปลายทางในการอำพรางศพ และพ่อของนายสันติภาพก็เป็นทหาร น่าจะมีส่วนร่วมวางแผนด้วย และเป็นทีมใหญ่ ทั้งนี้เชื่อว่า นายสันติภาพคงไม่ถูกฆ่าตัดตอน เพราะอยู่ในมือพนักงานสอบสวนแล้ว นอกจากว่าจะผูกคอตายในห้องขังเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องคอยดูแลให้ด

นายสุวัตรกล่าวเพิ่มเติมว่า การสังหารนายเอกยุทธน่าจะเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่รอให้ชัดเจนมากกว่านี้ก่อน

http://astv.mobi/A4p6nmx
 
 

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

"เล็ก บ้านดอน" แถลงตั้ง"ภปช." เตรียมชุมนุม"อนุสาวรีย์ปราบกบฎ"14 มิ.ย. นี้

รูปภาพ : "เล็ก บ้านดอน" แถลงตั้ง"ภปช." เตรียมชุมนุม"อนุสาวรีย์ปราบกบฎ"14 มิ.ย. นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงษ์พิสิษฐ์ คงเสนา หรือ"เล็ก บ้านดอน"ในฐานะประธาน "ภาคีพลังประชาชน" (ภปช.) และนายธีร์ธวัช พจนายน เลขานุการ และโฆษกภาคีฯ พร้อมด้วยแกนนำอีก 10 กว่าคนร่วมกันแถลงข่าว

นายพงษ์พิสิษฐ์ กล่าวว่า ขอยืนยันอีกครั้งว่า ได้ลาออกจากการเป็นแกนนำกลุ่มกวป.แล้ว ขณะเดียวกันก็ได้รวมกลุุ่มกับมวลชนอีกหลายฝ่ายเห็นคิดเห็นเหมือนกันว่า ปัจจุบันระบอบประชาธิปไตยถูกคุกคามจากหลายฝ่ายที่แสดงตัวเป็นผู้ต่อต้านประชาธิปไตย จากพรรคการเมืองบางพรรคที่ร่วมกับภาคประชาชนจัดตั้งบางส่วนที่แสดงท่าทีรับใช้ฝ่ายอำมาตยาธิปไตย ภาคเอกชนบางกลุ่ม และองค์กรต่างๆตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ขัดขวางถ่วงความเจริญของประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง จึงได้เกิดการรวมตัวของกลุ่มประชาชนภายใต้ชื่อ "ภาคีพลังประชาชน" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพิพักษ์รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเสียงข้างมากตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อเรียกร้องให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคมและประเทศชาติเป็นสำคัญ โดยกลุ่มภาคีพลังประชาชน จะมีกำหนดการเคลื่อนไหวครั้งใหม่ ภายใต้ชื่อ "ภาคีพลังประชาชน พิทักษ์รัฐบาล ต่อต้านกบฏ" ที่อนุเสาวรีย์ปราบกบฎ (วงเวียนบางเขน) ในวันที่ 14 มิ.ย. เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป

ด้านนายธีร์ธวัช กล่าวว่า พื้นที่บริเวณ วงเวียนบางเขน เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญในการปราบกบฎ และยังใกล้กับวัดพระศรีมหาธาตุ ที่ซึ่งเก็บอัฐิของ นายปรีดี พนมยงค์ หนึ่งในแกนนำคณะราษฎร ซึ่งก็คาดการณ์การชุมนุม "ภาคีพลังประชาน พิทักษ์รัฐบาล ต่อต้านกบฏ" ในวันที่ 14 มิ.ย. นั้น น่าจะมีมวลชนมาเข้าร่วมหลักพันคน ซึ่งเราจะปักหลักชุมนุมกันไม่น้อยกว่า 3 วันอย่างแน่นอน แล้วหลังจากนั้นเราค่อยมาประเมินสถานการณ์กันวันต่อวันอีกครั้งหนึ่ง และสำหรับมวลชนที่คิดเห็นเหมือนกับภาคีเราก็สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้บนเฟสบุ๊กในชื่อ "ภาคีพลังประชาชน" ได้เช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงษ์พิสิษฐ์ คงเสนา หรือ"เล็ก บ้านดอน"ในฐานะประธาน "ภาคีพลังประชาชน" (ภปช.) และนายธีร์ธวัช พจนายน เลขานุการ และโฆษกภาคีฯ พร้อมด้วยแกนนำอีก 10 กว่าคนร่วมกันแถลงข่าว

นายพงษ์พิสิษฐ์ กล่าวว่า ขอยืนยันอีกครั้งว่า ได้ลาออกจากการเป็นแกนนำกลุ่มกวป.แล้ว ขณะเดียวกันก็ได้รวมกลุุ่มกับมวลชนอีกหลายฝ่ายเห็นคิดเห็นเหมือนกันว่า ปัจจุบันระบอบประชาธิปไตยถูกคุกคามจากหลายฝ่ายที่แสดงตัวเป็นผู้ต่อต้านประชาธิปไตย จากพรรคการเมืองบางพรรคที่ร่วมกับภาคประชาชนจัดตั้งบางส่วนที่แสดงท่าทีรับใช้ฝ่ายอำมาตยาธิปไตย ภาคเอกชนบางกลุ่ม และองค์กรต่างๆตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ขัดขวางถ่วงความเจริญของประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง จึงได้เกิดการรวมตัวของกลุ่มประชาชนภายใต้ชื่อ "ภาคีพลังประชาชน" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพิพักษ์รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเสียงข้างมากตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อเรียกร้องให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคมและประเทศชาติเป็นสำคัญ โดยกลุ่มภาคีพลังประชาชน จะมีกำหนดการเคลื่อนไหวครั้งใหม่ ภายใต้ชื่อ "ภาคีพลังประชาชน พิทักษ์รัฐบาล ต่อต้านกบฏ" ที่อนุเสาวรีย์ปราบกบฎ (วงเวียนบางเขน) ในวันที่ 14 มิ.ย. เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป

ด้านนายธีร์ธวัช กล่าวว่า พื้นที่บริเวณ วงเวียนบางเขน เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญในการปราบ กบฎ และยังใกล้กับวัดพระศรีมหาธาตุ ที่ซึ่งเก็บอัฐิของ นายปรีดี พนมยงค์ หนึ่งในแกนนำคณะราษฎร ซึ่งก็คาดการณ์การชุมนุม "ภาคีพลังประชาน พิทักษ์รัฐบาล ต่อต้านกบฏ" ในวันที่ 14 มิ.ย. นั้น น่าจะมีมวลชนมาเข้าร่วมหลักพันคน ซึ่งเราจะปักหลักชุมนุมกันไม่น้อยกว่า 3 วันอย่างแน่นอน แล้วหลังจากนั้นเราค่อยมาประเมินสถานการณ์กันวันต่อวันอีกครั้งหนึ่ง และสำหรับมวลชนที่คิดเห็นเหมือนกับภาคีเราก็สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้บนเฟสบุ๊กในชื่อ "ภาคีพลังประชาชน" ได้เช่นกัน


สื่อมวลชน คนเสื้อแดง

 ที่มาข่าว สื่อมวลชน คนเสื้อแดง